กว่าจะเติบโตมาเป็นตัวเป็นตน ตอนที่ 4 : การจัดระเบียบตนเอง -Self-Regulation (ตอนที่ 1)

ก่อนอื่น ผู้เขียนไม่รู้จะใช้คำในภาษาไทยแทน Self-Regulation ว่าอย่างไรดีถึงจะไม่ซ้ำกับ Self-Control ทั้งสองคำนี้ต่างกัน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความแตกต่าง จะขอใช้คำว่า “การจัดระเบียบตนเอง” แทน Self- Regulation และ “การควบคุมตนเอง” แทน Self-Control

ก่อนที่จะพูดถึง Self-Regulation ขอย้อนไปถึงการทดลองคลาสสิคของวอลเตอร์ มิชเชล ชือ การทดสอบด้วยมาร์ชแมลโล่ หรือ “The Marshmallow Test” ก่อน มิชเชลและคณะได้ทำการทดลองกับเด็กวัย 3-5 ขวบที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปี ค.ศ. 1989 โดยได้นำเด็กมานั่งในห้องทดลอง และเด็กแต่ละคนจะได้ขนมมาร์ชแมลโล่คนละชิ้น นักวิจัยจะออกจากห้องไปและก่อนออกจากห้องก็บอกเด็กว่าเด็กจะกินขนมตอนนี้เลยก็ได้ แต่หากเด็กรอได้และไม่กินขนม พอนักวิจัยกลับเข้ามาในห้อง เด็กจะได้รางวัลเป็นขนมมาร์ชแมลโล่ อีก 2 ชิ้น จากผลการทดลองนี้ เด็กที่สามารถทนต่อความเย้ายวนของมาร์ชแมลโล่ได้ เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่เรียนเก่ง หน้าที่การงานดี มนุษยสัมพันธ์ดี ประสบความสำเร็จในชีวิต สอบ SAT  ได้คะแนนมากกว่าเด็กที่อดทนไม่ได้และกินขนมก่อนนักวิจัยกลับเข้ามาในห้อง   เด็กที่อดทนรอไม่ได้นั้น เรียนไม่เก่ง บางรายหนักถึงกับโดนตำรวจจับ เป็นอาชญากร หน้าที่การงานไม่มั่นคง และชีวิตครวบครัวก็ไม่มั่นคงเหมือนกับเด็กที่อดทนรอได้

การทดลองนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมตนเอง (Self-Control) และการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน (Delay of Gratification) และผลลัพธ์ที่ได้จากงานวิจัยนี้ถือเป็นการเปิดประตู่สู่ความเป็นมาของ Self-Regulation  เพราะการที่เด็กจะรอเป็นและควบคุมตนเองได้นั้นเด็กต้องจัดระเบียบตนเอง (self-regulate) ได้เป็นอย่างดี และการจัดระเบียบตนเองมีผลโดยตรงต่อผลการเรียน เด็กที่จัดระเบียบตนเองได้จะเรียนดีกว่าเด็กที่จัดระเบียบไม่เป็น หากเรามองภาพ Self-Control เป็นปิรามิด Self-Regulation ก็เปรียบเสมือนฐานของปิรามิดนั่นเอง

ชมวิดีโอ “the Marshmallow Test” ได้จากด้านล่างเลยค่ะ

 

การจัดระเบียบตนเองคืออะไร (What is Self-Regulation)

การจัดระเบียบตนเองคือความสามารถในการปรับอารมณ์ พฤติกรรม และสมาธิให้พร้อมรับมือหรือเข้ากันได้กับสถานการณ์ที่กำหนดให้หรือที่กำลังเกิดขึ้น การจัดระเบียบตนเองนั้นอาศัยการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา คือเด็กรู้ว่าตัวเองและผู้อื่นรู้สึกอย่างไรนั่นเอง  การจัดระเบียบตนเองคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนจากคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ไปสู่คนที่มีความสามารถ

การจัดระเบียบตนเองไม่ใช่การควบคุบตนเอง(Self-regulation is not self-control.) แต่เป็นพื้นฐานสำคัญของการช่วยให้เด็กรู้จักการควบคุมตนเอง เด็กที่จัดระเบียบตนเองได้ดีจะควบคุมตนเองได้ดี รู้จักรอ อดทน ดั่งผลลัพธ์ที่เราได้เห็นในการทดสอบด้วยขนมมาร์ชแมลโล่นั่นเอง

ลองทดสอบกับลูกดูนะคะ ขนมที่ใช่ไม่จำเป็นต้องเป็นมาร์ชแมลโล่ แต่ต้องเป็นของที่ลูกชอบมาก หากใครลองทดสอบลูก แล้วลูกรอไม่ได้ ก็อย่าได้ตกอกตกใจว่า ตายแล้วลูกฉัน โตขึ้นจะเป็นอาชญากรหรือนี่ เพราะ Self-Regulation นั้นเรียนรู้ได้ เด็กที่จัดระเบียบตนเองไม่เป็นในวันนี้ก็เรียนรู้ที่จะจัดระเบียบตนเองได้ และขอให้อ่านบทความต่อไปเพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าจะช่วยลูกให้จัดระเบียบตนเองได้อย่างไร

Self-Regulation and Temperament

อย่างไรก็ดี ถึงแม้เด็กจะฝึกและเรียนรู้การจัดระเบียบตนเองได้ พันธุกรรมก็มีผลต่อ Self-Regulation เหมือนกัน ขอให้ลองย้อนไปอ่านบทความเรื่อง Temperament (พื้นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด) คุณจะเห็นว่า Self-Regulation กับ Temperament นั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน เพราะพื้นนิสัยของเด็กมีผลต่อการควบคุมสมาธิ (ซึ่งเป็นตัววัดระดับการจัดระเบียบตนเอง) และนอกจากนี้การควบคุมสมาธิมีผลโดยตรงต่อการควบคุมอารมณ์และการเรียนรู้

ประสบการณ์ชีวิตกับ Self-Regulation

Attachment และ Self-Regulation

ถึงแม้ว่าพันธุกรรมจะมีอิทธิพลต่อการจัดระเบียบตนเอง ความสามารถในการจัดระเบียบตนเองนั้นส่วนใหญ่แล้วมาจากการเรียนรู้และการฝึกฝนของเด็ก งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าความอบอุ่น ความรัก และการเลี้ยงดูด้วยความเข้าใจของแม่มีความสัมพันธ์และความสำคัญต่อความสามารถในการพัฒนาการจัดระเบียบตนเองของเด็ก

นอกจากนี้ การจัดระเบียบตนเองเปรียบเสมือนกระบวนการเชื่อมต่อ เด็กทารกจะจัดระเบียบตนเองได้ดีก็ต่อเมื่อเขาได้รับการเลี้ยงดูโดยผู้ใหญ่ที่จัดระเบียบตนเองเป็น  เมื่อเด็กได้รับความช่วยเหลือในการจัดระเบียบตนเอง (เช่น แม่ปลอบโยนลูกเมื่อลูกตกใจกลัว แม่กล่อมลูกนอนเมื่อลูกง่วง หรือแม่หาสิ่งของมาให้ลูกใช้เพื่อปลอบตนเองเวลาโยเย) สมองของเด็กก็จะพัฒนาระบบเพื่อการจัดระเบียบตนเองหรือ Self-Regulate การที่แม่ช่วยให้ลูกปลอบหรือจัดระบบตนเองนี้เรียกว่าการจัดระเบียบจากภายนอก หรือ External Self-Regulation

เมื่อเด็กทารกเติบโตขึ้น ความสามารถในการเรียนรู้ก็พัฒนาขึ้นด้วยเนื่องจากสมองที่เติบโตขึ้นนั่นเอง และส่งผลให้การจัดระเบียบตนเองพัฒนาขึ้นด้วย เมื่อเด็กโตขึ้น เด็กก็จัดระเบียบตนเองได้โดยไม่ต้องอาศัยการจัดระเบียบจากภายนอก (external self-regulation)

คอยติดตามตอนที่ 2 ของ Self-Regulation พร้อมวิธีช่วยพัฒนาทักษะการจัดระเบียบตนเองของเด็กได้ในเร็วๆนี้ค่ะ

“หากคุณพบคำสะกดผิด พิมพ์ผิด แจ้งผู้เขียนได้ทางคอมเม๊นต์ได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ที่มา:

•Bell, M., Deater-Deckard, K., (2007) Biological Systems and the Development of Self-Regulation: Integrating Behavior, Genetics, and Psychophysiology
•Jamieson, J., Bertrand, J., Elfenbaum, M., & Koshyk, J. (Eds.). (2012). The science of early child development (3rd ed.). [Online resource]. Winnipeg, MB: Red River College.