กว่าจะเติบโตมาเป็นตัวเป็นตน ตอนที่ 1: การพัฒนาและเจริญเติบโตของสมอง

หมายเหตุ 1 ออกตัวก่อนค่ะว่า บทความนี้ไม่ใช่บทความวิชาการ เป็น Secondary คือเป็นสิ่งที่ผู้เขียนได้เรียนและศึกษามา และอยากมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้อ่านกัน บทความนี้มิสามารถใช้เป็นการอ้างอิงทางวิชาการได้ อาจจะมีข้อผิดพลาดหรือมีอคติจากผู้เขียน ดังนั้นผู้อ่านที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจะได้เข้าใจบทความแบบแจ่มแจ้ง ผู้เขียนได้ลงลิ๊งค์อ้างอิงให้ที่ท้ายบทความค่ะ
หมายเหตุ 2 บทความนี้เขียนขึ้นมาให้น้องๆเพื่อนๆที่สนใจการสอนและพัฒนาศักยภาพของเด็กเล็กค่ะ
คงปฎิเสธไม่ได้ว่าสมองคือจุดศูนย์กลางของความเป็นคนของเรา  สมองเป็นหัวใจสำคัญของพัฒนาการณ์ของมนุษย์ สมองคือศูนย์ควบคุม ไม่ว่าจะเป็นด้านอารมณ์ ร่างกาย จิตใจ และภาษา การเรียนรู้ บุคลิคภาพ สมาธิ สติปัญญา การคิดแยกแยะกลั่นกรองสาร หรือแม้กระทั่งฮอร์โมนต่างๆของร่างกายก็มาจากสมองทั้งนั้น  มนุษย์เราหากปราศจากสมองแล้ว ก็จะเป็นเพียงก้อนเนื้อชนิดหนึ่งเท่านั้นเอง

พัฒนาการของสมอง

สมองเริ่มพัฒนาตั้งแต่เดือนแรกของการผสมระหว่างไข่ของแม่และเสปิร์มของพ่อ สมองของเด็กแรกเกิดนั้น มีขนาด 25% ของสมองผู้ใหญ่เลยทีเดียว  แต่สมองเด็กแรกเกิดนั้นยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เพราะว่าหากสมองเด็กมีขนาดใหญ่เกินไป แม่ก็จะไม่สมารถคลอดลูกได้เพราะขนาดหัวที่ใหญ่เกินไปนั่นเอง  สาเหตุที่สมองที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่นี่เองที่เป็นสาเหตุให้เด็กทารกเกิดมาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่สมองของเด็กแรกเกิดนั้น เติบโตอย่างราวดเร็ว และเมื่อเด็กอายุได้ 2 ขวบ สมองของเด็กจะพัฒนาไปจนมีน้ำหนักประมาณ 75% ของสมองผู้ใหญ่

ยีนส์และประสบการณ์ชีวิต

สมองเริ่มพัฒนาตั้งแต่การผสมพันธุ์ และพัฒนาต่อไปเรื่อยจากวัยแรกเกิดไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ พื้นฐานของโครงสร้างของสมองเรียกว่านิวรอน (neuron) หรือเซสล์สมอง คือโครงสร้างพื้นฐานของสมองของวัยเด็กแรกเกิด  ยีนส์หรือพันธุ์กรรมก็ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาของสมอง และยีนส์กับประสบการณ์ชีวิตทำงานร่วมกันในการสร้างสมอง ยีนส์เป็นตัวกำหนดโครงสร้างพื้นฐานแต่ประสบการณ์เป็นตัวต่อยอดและกำหนดขอบเขตศักยภาพของสมอง

โครงสร้างพื้นฐานของสมอง

ตรงนี้ผู้เขียนจะไม่ขอเล่าละเอียด เอาแบบที่เข้าใจกันง่ายๆคือ เด็กเกิดมามีนิวรอนหรือเซลล์สมองเป็นล้านๆเซลส์ ตอนเด็กเกิดมานั้น นิวรอนจะไม่เชื่อมกัน แต่ทันทีที่เขาลืมตาดูโลก นิวรอนเริ่มทำงานกระตุ้นการสร้างเส้นใยเชื่อมกันระหว่างนิวรอนด้วยกัน  สมองเด็กหรือสมองคนจะมีประสิทธิภาพแค่ไหนนั้นจะขึ้นอยู่กับ brain pathways หรือการเชื่อมเส้นใยสมอง หรือการเชื่อมระหว่างนิวรอนนั่นเอง  แล้วทำอย่างไรนิวรอนถึงจะเชื่อมกัน? คำตอบก็คือการดูแลเอาใจใส่ ปฎิกิริยาตอบรับของพ่อแม่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมและสร้างเซลส์สมองให้ลูกนั่นเอง

การกำจัดเซลล์สมองที่ไม่ใช้แล้ว

สมองมีการทำงานแบบ Use it or lose it คือเซลล์สมองที่ไม่ใช้แล้วจะถูกกำจัดออกไป (Synaptic pruning) สมองกำจัดเซลล์ที่ไม่ใช้แล้วครั้งแรกเมื่อเด็กอายุครบ 3 ขวบ นิวรอนอันไหนที่ไม่ได้ใช้ สมองจำเป็นต้องกำจัดออกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เพราะเวลาสมองทำงานจะเหมือนกับการขับรถบนถนน นิวรอนที่ไม่ได้ใช้จะเหมือนหลุมและบ่อ ต้องขับรถหลบหลีกอยู่ตลอดเวลาทำให้เดินทางไม่สะดวก ดังนั้นเพื่อให้การเดินทางส่งสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมองเลยต้องอุดหลุมบ่อที่ไม่ใช้แล้วออกไปซะ การกำจัดเซลล์นั้นทำอยู่เรื่อยๆตลอดชีวิต แต่ครั้งแรกคือ 3 ขวบ และเซลส์ที่เหลือของสมองในวัย 3 ขวบนี้จึงเป็นเหมือนพื้นฐานโครงสร้างของสมองของคนคนนั้น เพราะสมองส่วนที่เหลือจะสร้างต่อเดิมจากสมองส่วนนี้นั่นเอง ดังนั้นถ้าพื้นฐานดี สมองมั่นคง แต่หากพื้นฐานไม่ดี ก็จะเกิดความสั่นไหวไม่มั่นคง………

ประสบการณ์ในวัยเด็กกับการพัฒนาสมอง

การทำงานร่วมกันของยีนส์กับประสบการณ์นั้นมีศำคัพท์เฉพาะ ศูนย์กลางการพัฒนาเด็กของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดเรียกปฎิกิริยาโต้ตอบนี้ว่า “Serve and Return” คือการที่เด็กและพ่อแม่มีปฎิกิริยาโต้ตอบกัน เหมือนการเสริฟวอลเลย์บอล ยิ่งทำบ่อย  ทำด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ความอ่อนโยน ความเข้าใจและสม่ำเสมอ โต้ตอบกันทั้งสองฝ่าย (ทั้งแม่และลูก) นิวรอนก็จะยิ่งยิงตัวแรงขึ้น พอยิงแรงก็จะสร้างใยสมองได้ดีขึ้น ได้มากขึ้น ใยสมองที่ได้ใช้บ่อยๆก็จะแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย ในวัยแรกเกิดถึง 3 ขวบ หากมีการ Serve and Return กันอยู่ตลอดเวลา สมองก็จะยิ่งซับซ้อนขึ้น ใยสมองหนาขึ้น และผลที่ได้คือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปด้วยนั่นเอง

สมองเด็ก เรามองได้สองแบบ “เต็มไปด้วยศักยภาพ” และ “เต็มไปด้วยความเสี่ยง”

ความเสี่ยง : เนื่องจากเด็กเกิดมาพร้อมกับสมองที่ยังไม่พัฒนา และรอคอยให้ประสบการณ์เป็นตัวหล่อหลอมและสร้างสมอง หากเด็กได้รับการกระตุ้นสมองอย่างไม่ถูกต้อง หรือถูกละเลย หรือกระตุ้นในทางที่ผิด  โครงสร้างเครือข่ายของสมองที่ถูกสร้างขึ้นก็จะไม่มั่นคง

ศักยภาพ : หากเด็กได้รับการกระตุ้นสมองที่ถูกต้อง (Serve and Return) โครงสร้างของสมองเด็กทารกก็จะแข็งแกร่งมั่นคง ซับซ้อน และยิ่งพัฒนาดียิ่งขึ้นเมื่อเด็กเติบโตขึ้น

ลองนึกถึงสมองเป็นบ้านหลังหนึ่ง ถ้าโครงสร้างบ้านดี บ้านก็จะแข็งแรงมั่นคง ถ้าโครงสร้างบ้านไม่ดี บ้านก็จะพังง่ายและทรุดโทรม  สมองมีช่วงที่บอบบางมากที่สุดด้วย เราเรียกช่วงนี้ว่า Windows of Opportunity หากเด็กขาดการกระตุ้นที่ไม่ถูกจุด เด็กจะสูญเสียโอกาสนั้นไปเลย เช่น

  • หากทารกไม่ได้ยินเสียงคนพูดในช่วง 0-3 ปี ผลคือเด็กพูดไม่ได้
  • หากเด็กไม่ได้รับการกระตุ้นให้มอง (โดนปิดตา) ในวัย 0-6 เดือน ผลคือเด็กจะตาบอด
  • ช่วง 0-1 ปีแรกของชีวิต เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการสร้างความผูกพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก (Attachment บทความฉบับต่อไป)

สุดท้ายขอสรุปว่า สมองในวัยเด็กนั้นคือพื้นฐานของพัฒนาการและการพัฒนาของสมองคนไปจนโต สมองสร้างจากล่างไปบน และแต่ละขั้นตอนของการพัฒนานั้นก็สร้างต่อยอดไปจากพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ใยสมองอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง โดนกำจัดไป หรือเปลี่ยนเส้นทางเปลี่ยนโครงสร้างไปตลอดชีวิต แต่โครงสร้างพื้นฐานของสมองที่สร้างจากวัย 0-3 ขวบนั้นจะอยู่กับเราไปจนวันตาย  ดังนั้นวิธีการสร้างใยสมองที่ดีที่สุดให้ลูกไม่ใช่การนั่งแฟรชบัตรคำอย่างเดียว การที่เราสอนเขาอ่าน สอนเลข หรือสอนจำบัตรคำ มันเป็นแต่เสี้ยวหนึ่งของ Serve and Return เท่านั้น หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาอ่านได้หรือบวกเลขได้ก่อนวัย จุดประสงค์คือการเล่นกับเขา พูดคุย ดูแล เอาใจใส่ และทำอย่างสม่ำเสมอ และเต็มไปด้วยความรักความเข้าใจค่ะ

พบคำสะกดผิด แจ้งผู้เขียนได้ทางคอมเม๊นต์ได้เลยค่ะ

อ้างอิง :
Serve & Return Interaction Shapes Brain Circuitry โดย Center on the Developing Child at Harvard univeristy
Child: From Birth to Adolescence โดย y Gabriela Martorell และ Richard Kruk