ศาสตร์ของการเรียนการสอนเด็กเล็ก

เด็กทารกเกิดมาพร้อมกับเซลส์สมองจำนวนมาก และมากพอๆกับเซลล์สมองของผู้ใหญ่ แต่ช่วงระหว่างขวบปีแรกที่ลูกลืมตามาดูโลก สมองของลูกจะค่อยๆมีความซับซ้อนมากขึ้น พอลูกอายุครบสองขวบ สมองของลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 75% ของสมองผู้ใหญ่ พออายุครบสามขวบ สมองจะมีน้ำหนักประมาณ 90%ของสมองผู้ใหญ่

เซลส์สมองประมาณ 50% ของเด็กจะฝ่อหรือสูญเสียไปในช่วงสองสามปีแรกของชีวิตเพราะไม่ได้รับการใช้งานและกระตุ้น  ภาษาอังกฤษเรียกว่า Natural Pruning เป็นขบวนการจัดการสมองเพื่อให้สมองทำงานได้ปกติและมีประสิทธิภาพ

สมองเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ และเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของลูกเรา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการกระตุ้นเซลล์สมองของลูก ยิ่งมีการใช้งานสมองมากเท่าไหร่ เราก็จะช่วยให้ลูกรักษาเซลล์สมองไว้ได้มากเท่านั้น

เซลล์สมองก็เหมือนกับกล้ามเนื้อ ยิ่งออกกำลังสมองมาก สมองก็จะโตและเเข็งแรง ยิ่งเราออกกำลังสมองน้อยเท่าไหร่ สมองก็จะฝ่อทำให้ไม่เเข็งแรงเท่าที่ควร โดยมีคนนิยมเรียกหน้าต่างโอกาศในการพัฒนาสมองช่วง 0-5 ขวบนี้ว่า ช่วงเวลามหัศจรรย์ use it or lose it”

ขั้นตอนของการพัฒนาสมองของลูก

มนุษย์เราเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวในโลกที่ขนาดของสมองมีการพัฒนาถึงสามเท่าตัวในช่วงสองขวบปีกแรกของชีวิต หากสมองเด็กมีขนาดใหญ่ตั้งแต่แรกเกิด จะทำให้แม่ไม่สามารถคลอดลูกได้ หากสมองเล็กเกินไป อาจจะเป็นส่งผลต่อชีวิตของเด็ก สมองของเด็กเจริญเติบโตและมีขนาด 75% ของของสมองผู้ใหญ่เมื่ออายุได้สองขวบ และ 90 % เมื่ออายุครบสามขวบ

สมองของเด็กเล็กมีการพัฒนาอย่างไร

เด็กแรกเกิด จะมีน้ำหนักสมองประมาณ 300 กรัม และพออายุครบหนึ่งขวบ น้ำหนักสมองจะเพิ่มเป็น 1 กิโลกรัม ช่วงแรกเกิด เด็กทารกมีจำนวนเซลล์สมองสองแสนล้านเซลล์ ซึ่่งมีจำนวนเกือบจะเท่ากับเซลล์สมองของผู้ใหญ่ เซลล์สมองแต่ะละเซลล์ตอบรับต่อการกระตุ้นโดยจะสร้างเส้นใยสมองและการเชื่อมและประสานของเซลล์ที่อยู่ในสมองของลูก เซลล์สมองแต่ละเซลล์จะทำให้เกิดเส้นใยและนำไปสู่การเชื่อมเซลล์สมองกว่า 15,000 จุด การสร้างตัวของเส้นใยสมองจะมีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มความซับซ้อนไปเป็น 3-4 ชั้นเมื่อลูกเราอายุครบ 6 เดือน

ยิ่งสมองได้รับการกระตุ้นมากเท่าไหร่  เส้นในสมองก็ยิ่งมีการเชื่อมและสัมพันธ์กันมากเท่านั้น

สมองส่วนหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของลูกจะได้รับการพัฒนาก่อนและเริ่มเเอคทีพเมื่อลูกเราอายุได้ 6 เดือน พอลูกอายุครบ 18 เดือน รากฐานที่สำคัญของ EQ ของลูกก็จะเริ่มมีการพัฒนา ในช่วงอายุ 12 เดือนแรกของชีวิตลูก เซลล์สมองที่แยกภาษาท้องถิ่นจะเริ่มทำงาน พออายุครบ 18 เดือน ศูนย์กลางภาษาในสมองจะเริ่มเจริญเติบโต และเริ่มสร้างความเข้าใหลักการโครงสร้างของภาษาที่ลูกได้ยินได้ฟังในชีวิตประจำวัน

ในช่วงแรกเกิดจนถึง 8 ขวบถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญ และที่สำคัญยิ่งกว่าคือช่วงสามขวบปีกแรกของชีวิต เพราะเป็นหน้าต่างโอกาศที่สำคัญมากในการสร้างความฉลาดและมีไหวพริบให้ลูก เช่นการช่วยเพิ่มทักษะการอ่าน คณิตศาสตร์ และดนตรี เมื่อหน้าต่างนี้ปิดตัวลง การเรียนรู้ก็จะยิ่งยากขึ้น หรือแทบจะเป็นไม่ไม่ได้เลย

เด็กเล็กพร้อมที่จะเรียนรู้ตั้งแต่ขวบปีแรกของชีวิต เพราะเด็กเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญานของการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้ช่วยให้เด็กอยู่รอดได้ และเด็กๆเรียนได้แบบไม่ต้องใช้ความพยายาม เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกลไกทางธรรมชาติ  เพราะฉะนั้น หากใครที่มีลูกเล็กๆ อยากให้ลองเริ่มสอนลูกกันดูนะคะ การสอนลูกเล็กทำได้ง่ายๆด้วยตัวเราเองที่บ้าน ใช้เวลาประมาณวันละ 5-15 นาทีต่อวัน เท่านั้นเอง

คุณสามารถสอนลูกเองได้  หากใครที่ยังไม่พร้อมที่จะเริ่มใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์อย่าง Brillkids Little Reader, Little Math หรือ Little Musician และ DVDs อย่าง Your Baby Can Read ลองทำบัตรคำเอง แฟรชมือ  และเลือกสอนเวลาที่ลูกอารมณ์ดีและพร้อมที่จะเรียนค่ะ  เคล็ดลับที่สำคัญคือการสอนลูกเพื่อกระตุ้นสมอง เราไม่ได้สอนลูกเพื่อให้ลูกเราเก่งกว่าใคร การสอนลูกไม่ใช่การแข่งขัน การสอนลูกคือการใช้เวลาเล่นกับลูกอย่างหนึ่งค่ะ

ที่มา: Science of Early Learning

บทความที่เกี่ยวข้อง:

1) การเรียนรู้ด้วยสมองซีกขวา – สมองซีกอัจริยะที่ติดตัวเด็กทุกคนมาตั้งแต่เกิด

2) สรุปใจความสำคัญ งานเสวนา เรื่อง “การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง”

3) วิธีการสอนด้วยบัตรคำหรือเเฟรชการ์ด