การกระตุ้นสมองซีกขวาด้วยการเเฟรชการ์ดจุดแสดงจำนวนอย่างรวดเร็วในแบบชิจิดะ

จากหลักการสอนของชิจิดะ การคำนวณได้อย่างว่องไวเหมือนเครื่องคิดเลขนั้นเป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่งของขบวนการทำงานโดยอัตโนมัติของสมองซีกขวา คุณสามารถสอนลูกน้อยของคุณให้จำจำนวนจุดได้มากสุดถึง 100 จุด และในที่สุดลูกก็จะสามารถเรียนรู้ในการตอบโจทย์ที่มีความซับซ้อนได้ก่อนที่จะรู้หรือเข้าใจว่าคณิตศาสตร์คืออะไร

จากหลักการของชิจิดะ คนจำนวนมากเข้าใจประสิทธิภาพทางปัญญาของเด็กเล็กผิดไป  โดยส่วนใจเชื่อว่าความสามารถนี้จะค่อยเติบโตเมื่อเด็กเริ่มสะสมความจำผ่านการเรียนรู้ ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และเรียนรู้ผ่านวิธีการอธิบาย เราทุกคนชอบคิดกันว่า การจำสิ่งต่างๆได้นั้นเป็นเพราะว่าคนเราได้ทำสิ่งนั้นๆซ้ำแล้วซ้ำอีก  แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเราเห็นเด็กเล็กอายุ 4-5 เดือนตอบโจทย์เลขได้ ทั้งๆที่จากดูจากความทรงทำแล้ว ไม่น่าจะทำอย่างนั้นได้ หรือเมื่อเรากำลังสอนโจทย์ผ่านการแสดงจุดให้ลูกหลังจากที่ลูกพึ่งเกิด  คนก็ต่างจะพากันต่อต้านขับไล่แนวทางการสอนลูกแบบนี้

โดยเนื้อแท้แล้ว สมองของมนุษย์มีประสิทธิภาพในการทำงานได้ในระดับสูงเหมือนคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถทำให้คนเราคำนวณโจทย์ที่ซับซ้อนได้ด้วยความเร็วสูง กระบวนการนี้เป็นสิ่งที่สมองซีกขวาได้ “ออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้ว” ไม่ใช่สิ่งที่มาเรียนรู้เอาทีหลัง มันจะทำงานโดยไม่มีความสัมพันธ์กับระบบความจำเลย

ขั้นตอน 3 อย่างสู่ความสำเร็จในการสอนลูกแบบใช้จุด

  1. ตอบคำถามได้ถูก 100% เมื่อมีการให้เลือกคำตอบอย่างใดอย่างหนึ่ง
  2. สามารถเห็นคำตอบเป็นรูปภาพและสามารถเขียนตอบได้
  3. สามารถเชื่อมกับสมองซีกซ้ายได้

เมื่อลูกอายุได้ 3 ขวบ ให้พยายามพัฒนาความจำผ่านรูปภาพ การฝึกฝนการจำรูปภาพเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นต้องมีการฝึกฝนอยู่เสมอเพราะความสันพันธ์ของสมองซีกซ้ายและขวาจะได้รับการสร้างอย่างมั่นคงผ่านการตอบโจทย์หลายๆข้อ ด้วยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ลูกคุณจะรักษาความสามารถในการคำนวณผ่านสมองซีกขวาไว้ได้ไม่ว่าเด็กจะอายุเท่าไหร่แล้วก็ตาม

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับพ่อแม่

1. พ่อแม่ต้องมีความคิดเชิงบวก

หากลูกเลือกคำตอบผิด คุณก็เพียงแค่ให้ลูกดูคำตอบที่ถูกต้องและอ่านคำตอบที่ถูกต้องให้ลูกฟัง อย่าแสดงความผิดหวังเพราะการแสดงออกแบบนั้นจะส่งผลให้เด็กคิดว่า คุณกำลังคิดว่าลูกไม่สามารถทำได้ และจะทำให้ลูกคุณเครียดในที่สุด และการสอนแบบนี้จะไม่เป็นผลสำเร็จหากคุณคิดว่าลูกคุณไม่เข้าใจสิ่งที่คุณสอน

2. เลิกวิธีคิดแบบสมองซีกซ้าย

พยายามเลิกหาเหตุผลระหว่างการสอนและอย่าพยายามทำให้ลูกท่องจำ

3. มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก

ขอให้คุณสนุกกับการสอนลูก เมื่อคุณเสร็จจากการแฟรชบัตรแล้ว ให้กอดลูก และบอกลูกจากใจจริงว่า “ขอบคุณนะลูกที่ดูบัตรในวันนี้ แม่มีความสุขมากเลย”

4. ผ่อนคลาย

หากคุณเคร่งเครียดในระว่างรอบการแฟรชบัตร  สมองซีกขวาของลูกคุณจะปิดตัวลง และเปลี่ยนหน้าที่การทำงานไปเป็นสมองซีกซ้ายแทน หากลูกคุณเครียด ลูกคุณจะไม่สามารถซึมซับข้อมูลได้ถึงแม้ว่าในตอนนั้นจะมองดูบัตรคำอยู่ก็ตาม

5. อย่าสงสัยในความสามารถของลูก

ขอให้คุณเข้าใจว่าการสอนจุดให้ลูกนั้นมันก็เป็นกระบวณการเดียวกันกับการเรียนรู้ภาษา เหมือนกันตรงที่ลูกคุณจะเริ่มเข้าใจภาษาก่อนที่จะพูดได้เสียอีก และนี่ก็เหมือนกันที่ว่าลูกคุณจะเข้าใจการสอนแบบจุดก่อนที่จะได้เห็นส่วนประกอบอื่นๆเสียอีก หากเราเปรียบเทียบการคำนวณกับหลักภาษา จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนอะไรเลย สำหรับเด็กเล็กนั้น จุดเป็นเรื่องง่ายและสนุก คุณเองก็ต้องพยายามทำความเข้าใจกับจุดนี้ด้วยนะคะ

ประโยชน์จากการสอนลูกด้วยวิธีจุด

  1. นอกจากการสอนผ่านจุดจะช่วยให้ลูกคุณมีความสามารถคำนวนได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังจะช่วยให้สมองลูกคุณทำงานแตกต่างออกไปโดยการกระตุ้นการเริ่มทำงานของสมองซีกขวา ในขณะเดียวกัน มันจะช่วยดึงพลังการจำข้อมูลเป็นรูปภาพของสมองซีกขวา   ความสามารถเรื่อง ESP (Extra Sensory Perceptions –การที่คนเราสามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้โดยไม่ต้องอาศัยประสาทสัมผัสทั้ง 5 )  พลังในการจำ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการคิดอะไรได้อย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ใช้เวลาในการสอนวันละสองสามนาทีเท่านั้นเอง
  2. การคำนวณผ่านจุดเป็นความสามารถของสมองซีกขวาซึ่งติดตัวเด็กทุกคนมาตั้งแต่เกิด เมื่อลูกคุณสามารถที่จะเปิดความสามารถทางธรรมชาติด้านการคำนวณได้ วิชาคณิคศาสตร์ก็จะกลายเป็นวิชาที่เรียนได้อย่างง่ายดาย

คำแนะนำในการสอน

หากลูกของคุณไม่มองดูจุด คุณควรจะประมวลบทเรียนของคุณใหม่ คุณเคยบังคับให้ลูกดูจุดหรือเปล่า คุณเคยพยายามให้ลูกดูบัตรจุดอันเดิมๆหรือเปล่า ขอให้จำไว้ว่าการทำอะไรซ้ำๆทำให้เด็กเบื่อ หากลูกเบนสายตาไม่ยอมดูบทเรียน ลูกก็กำลังส่งสัญญาณว่าลูกเข้าใจบทเรียนนั้นแล้ว และคุณสามารถข้ามไปขั้นต่อไปได้เลย หากลูกไม่ยอมมองจุดเลย ให้คุณหยุดบทเรียนนั้นไปสังสองสามเดือน แล้วค่อยเริ่มใหม่อีกที

การสอนแบบจุดนั้น ไม่ใช้การสอนให้จำ ดังนั้นจะทำแบบพักบ้างก็ไม่เป็นไร หลังจากการพัก ลูกก็จะกลับมาสนใจมองดูจุดอีกครั้ง เด็กทารกสามารถเรียนได้ภายในเวลาหนึ่งวินาที ดูเหมือนว่าเด็กจะไม่ได้มองดูจุดเลย แต่จริงๆแล้ว เด็กใช้เวลามองจุดแค่หนึ่งวินาทีก็สามารถเรียนรู้จุดได้แล้ว

ความแตกต่างของชิจิดะกับโปรแกรมอื่น

1.  การเรียง และการสุ่ม VS การสุ่มอย่างเดียว

ชิจิดะเชื่อว่าสมองซีกขวาสามารถบันทึกรายการได้เป็นจำนวนมากและอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าของพวกนั้นจะมีการวางเรียงไว้ในลักษณะไหน

2. รูปภาพคณิตศาสตร์

รูปที่ใช้ควรจะมีรูปอื่นด้วย ไม่ใช่แค่จุดเพียงอย่างเดียว นี่จะช่วยรักษษความสนใจของลูกคุณและทำให้ลูกสนใจโปรแกรม

3. การใช้สีแดงเท่านั้น

สีแดง ไม่ใช้สีเพียงสีเดียวที่เหมาะสำหรับการสอนเด็กเล็ก เราสามารถใช้สีใดก็ได้ที่ตัดกันอย่างชัดเจนกับพื้นหลัง(สีขาว)

4. การจำข้อมูลได้เป็นจำนวนมากของสมองซีกขวา / ความสามารถในการคำนวณได้โดยธรรมชาติ

ชิจิดะเชื่อว่าการทำงานของสมองซีกขวาคือหัวใจของการสอนแนวนี้

5. การเร่งความเร็วของการป้อนข้อมูล

ชิจิดะใช้ประโยชน์จากความสามารถในการจำข้อมูลเป็นจำนวนมากของสมองซีกขวาโดยการแฟรชบัตรในอัตราความเร็ว 0.5 วินาทีต่อหนึ่งใบ

โปรแกรมนี้แบ่งออกเป็นขั้นตอนที่แตกต่างกันไป ซึ่งคุณทำตามได้ตั้งแต่ปีแรกเป็นต้นไป หน้าที่ของคุณคือการสอนหลักสูตร 65 วันให้ครบทั้งสี่รอบ คุณสามารถให้ลูกดูบทเรียนได้มากกว่าหนึ่งบทต่อวันแล้วแต่ความสนใจและสมาธิของลูกคุณ และคุณต้องพร้อมเสมอที่ต้องปรับโปรแกรมการสอนให้เหมาะกับลูก เปลี่ยนบทเรียนใหม่ทันทีที่ลูกคุณเริ่มเบื่อ

บทความข้างต้น แปลและเรียบเรียงมาจาก http://www.figur8.net

ผู้ปกครองทีสนใจการสอนแบบนี้และต้องการเเฟรชมือ แวะดูโพยได้ที่บทความนี้ค่ะ

สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการตัวช่วยในการเเฟรชบัตคำ สามารถใช้โปรแกรม Brillkids Little Math ช่วยในการสอนแนวนี้ได้ คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Little Math