ปลูกฝังนิสัยการรักการอ่านให้ลูก

หากคุณต้องการเพิ่มพัฒนาการทางด้านภาษาของลูก และช่วยให้ลูกเป็นคนที่รักการอ่านหนังสือ บทความต่อไปนี้ เป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งที่คุณสามารถนำไป ปฎิบัติเพื่อสร้างบรรยากาศในการอ่านหนังสือให้สนุกและน่าสนใจ

พ่อแม่ผู้ปกครองทราบกันดีว่าการอ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นสิ่งที่ดีและควรกระทำแต่สิ่งที่หลายๆท่านอาจจะนึกไม่ถึงคือมีงานวิจัยออกมาสนับสนุนและพิสูจน์ว่า วิธีที่เราจะช่วยเตรียมให้ลูกเล็กๆของเรามีความพร้อมเมื่อถึงเวลาต้องเข้าโรงเรียนคือความสามารถในการอ่านหนังสือ

วิธีการอ่านหนังสือที่ลูกมีส่วนร่วมด้วย (Interactive Reading)คือการที่ผู้ใหญ่ชวนให้เด็กช่วยอ่านหนังสือหรือเล่าเรื่อง  การอ่านจะเป็นประสบการณ์ที่เราทำด้วยกันกับลูกโดยการแบ่งปันและมีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องหรือนิทานที่อ่าน และการอ่านยังเป็นวิธี ที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่งในการสอนคำศัพท์ใหม่และสอนลูกว่าหนังสือมีไว้ทำอะไร พ่อแม่สามารถตั้งคำถามให้ลูกอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่อง ชมความพยายามของลูก และช่วยขยายคำตอบให้ลูก

ทำไมวิธีการอ่านหนังสือแบบให้ลูกมีส่วนร่วมนี้ถึงได้ผลดีกว่าการอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างเดียว คำตอบของคำถามนี้มีให้เห็นจากงานวิจัยหลายชิ้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันได้แสดงให้เห็นว่า การอ่านหนังสือร่วมกันกับลูกและการสร้างบทสนทนาเวลาอ่านหนังสือนั้นเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดในการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ในวัยเด็ก วิธีนี้จะช่วยขยายคลังคำศัพท์ให้เด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ช่วยแยกเสียง และช่วยให้เด็กเข้าใจว่าตัวหนังสือที่พิมพ์อยู่บนหน้าหนังสือคืออะไร และนอกจากนี้ยังช่วยสอนไวยกรณ์เบื้องต้นด้วย

คอลลีน ฮูบเนอร์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการอ่านหนังสือด้วยกันคือการสร้างช่วงเวลาที่พ่อแม่และเด็กสนใจสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน การเรียนรู้เริ่มต้นจากจุดนี้ และปูพื้นฐานการอ่านหนังสือ ความเข้าใจในเนื้อหา และในที่สุดก็การเตรียมลูกให้พร้อมกับการเข้าโรงเรียนอนุบาล

คอลลีน ฮูบเนอร์  ได้กล่าวไว้อีกว่า “หากคุณต้องการที่จะเพิ่มและเสริมพัฒนาการด้านภาษาให้กับลูก คุณควรช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับการอ่านหนังสือ และวิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุดและมีหลักฐานยืนยันแล้ว และคุณต้องทำให้การอ่านเป็นเรื่องสนุกด้วย”

เด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียนจำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ผู้ปกครองเวลาอ่านหนังสือ พัฒนาการของการเรียนรู้ด้านภาษาที่ได้ผลดีที่สุดคือช่วงอายุสองถึงสี่ขวบ แต่ว่าเด็กในวัยนี้หลายๆคนยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ ระบบโรงเรียน หรือแม้ว่าเด็กบางคนจะเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาล แต่หลักสูตรและเนื้อหาที่สอนอาจจะยังไม่เน้นการอ่านออกเขียนได้ และวิธีการสอนในบางที่อาจจะไม่ได้สนับสนุนพัฒนาการทางด้าน ภาษาของเด็ก ดังนั้นเเหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ และสิ่งกระตุ้นที่ดีที่สุดของเด็กในวัยนี้คือพ่อแม่และผู้ปกครอง

วิธีการอ่านหนังสือร่วมกันกับลูก

  • ตั้งคำถามง่ายๆ เช่น นี่อะไร นี่ใคร เขาทำอะไรอยู่ เป็นต้น
  • ตั้งคำถามที่ซับซ้อนขึ้นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรือสิ่งต่างในนิทานที่อ่านกับลูก
  • เลือกซื้อหนังสือเด็กที่ลูกสนใจเป็นพิเศษ
  • ทวนคำหรือประโยคที่ลูกพูด
  • ชมความพยายามของลูก
  • ขยายความคำตอบของลูก
  • ถามคำถามปลายเปิด
  • บอกให้ลูกบอกชื่อสิ่งของหรือเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง
  • ให้ลูกเลือกหนังสือที่เขาต้องการอาน อย่าเลิกอ่านหนังสือร่วมกันกับลูกเมื่อลูกโตแล้ว
  • สร้างบรรยากาศการอ่านให้สนุกและน่าตื่นเต้น

เรียบเรียงจาก:

http://www.washington.edu/earlychildhood/articles/interactive-readi…