เตรียมลูกสู่รั้วโรงเรียน ตอนที่ 4 : วัย 24-36 เดือน

การเตรียมความพร้อมให้ลูกก่อนเข้าโรงเรียนถือเป็นสิ่งสำคัญ คุณสามารถอ่านการเตรียมความพร้อมให้ลูกได้จากบทความฉบับก่อนหน้านี้เตรียมลูกสู่รั้วโรงเรียน

1) ทักษะทางภาษาและการอ่านเขียน

สำหรับเด็กในวัยนี้ ทักษะทางด้านภาษาอยู่ในช่วงเวลาที่พัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว พอเด็กอายุครบ 36 เดือน คลังคำศัพท์จะมีจำนวนมากยิ่งขึ้น และสามารถพูดประโยคง่ายๆที่มีความยาวประมาณ 3-5 คำได้เป็นอย่างดี เด็กในวัยนี้ส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจเนื้อหาและความหมายของนิทานและเรื่องเล่า ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการอ่านและเขียนหนังสือ  นอกจากนี้การหัดวาดเขียน  วาดรรูป หรือการลากเส้น จะช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางความคิดและจินตนาการ คุณสามารถพัฒนาทักษะด้านการเขียน โดยการชักชวนให้ลูกลองใช้หัดใช้สีเทียน สีดินสอ ปากกา หรือดินสอในการเขียนและวาดรูป เช่นการชวนลูกเขียนรายการซื้อของใช้ในบ้าน ซึ่งการทำเช่นนี้เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาษาเขียนกับภาษาพูดนั่นเอง

การพูดคุยกับลูก คุณควรจะชวนลูกคุยเกี่ยวกับทุกๆเรื่อง ยิ่งคุณพูดคุยกับลูกมากเท่าไหร่ ลูกจะยิ่งได้เรียนรู้คำศัพท์เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ชวนลูกเล่านิทาน โดยสลับกันเล่าเรื่อง นอกจากนี้การชวนลูกร้องเพลงยังเป็นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มคลังคำศัพท์ให้ลูก  การเล่นเกมกับลูกโดยการเปลี่ยนคำในเพลงที่ลูกรู้จักคุ้นเคย เช่น “the itsy bitsy doggie” แทนที่จะเป็น “the itsy bitsy spider”  สิ่งสำคัญที่คุณควรจำไว้คือ ลูกเข้าใจในสิ่งต่างๆรอบตัวได้ดี ถึงแม้ว่าลูกจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เขาก็สามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดี และสามารถทำตามคำสั่งง่ายๆได้เล่น “ไปหยิบขวดน้ำบนโต๊ะมาซิ”

การอ่านหนังสือด้วยกัน  เด็กในวัยนี้มักจะสามารถสร้างความสัมพันธ์และเช้าใจสัญลักษณ์ในหนังสือและสามารถเชื่อมโยงเนื้อเรื่องเข้ากับชิวิตในประจำวันได้ เช่นการที่ลูกชี้ไปที่ลูกช้าง และเรียกลูกช้างว่า “กล้านกล้วย”  เมื่อคุณอ่านหนังสือให้ลูกฟัง จงเอานิ้วชี้ไปที่รูปภาพและถามลูกว่า เขาคิดอย่างไรกับรูปนี้ และต่อไปจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เด็กในวัยนี้ชอบหนังสือที่เล่าเรื่องราวง่ายๆ เป็นคำคล้องจองที่พวกเขาสามารถจำได้ ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะชอบหนังสือเกี่ยวกับตัวเลข ABCs ตัวอักษร รูปทรง ขนาด หรือเพลง

2) ทักษะการคิดวิเคราะห์

ความสามารถในการเล่นบทบาทสมมุติถือว่าเป็นขั้นก้าวกระโดดของพัฒนากาด้านการคิดวิเคราะห์ เมื่อเด็กรู้จักสมมุติ ก็แสดงว่าเด็กเข้าใจสัญลักษณ์ เช่น การนำเอาบล็อกมาทำเป็นรถ กล่องรองเท้าสามารถนำมาทำเป็นบ้านของตุ๊กตาสัตว์ และในที่สุดเด็กก็จะเข้าใจว่าคำพูดหรือคำศัพท์หมายถึงสิ่งของหรือความคิด  การเข้าใจสัญลักษณ์เป็นพื้นฐานที่สำคัญของความสามารถในการสร้างสรรค์ความคิด ซึ่งเป็นพัฒนาการที่สำคัญต่อการเรียนวิชาต่างๆเช่น คณิตศาสต์ ความเป็นเหตุเป็นผล และความคิดสร้างสรรค์ ตามความเป็นจริงแล้ว เด็กในวัยนี้เริ่มจะเข้าใจว่า สิ่งต่างๆมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นเหตุเป็นผล คุณสามารถสังเกตุได้จากการที่ลูกมักจะถามอยู่เสมอว่า “ทำไม?”

สนับสนุนให้ลูกรู้จักใช้จินตนาการ  สิ่งสำคัญที่คุณควรปล่อยให้ลูกได้ทำคือ ให้ลูกเป็นผู้นำเวลาที่คุณเล่นกับลูก ให้ลูกเป็น”ผู้อำนวยการการเล่น”  การทำเช่นนี้จะช่วยให้ลูกรู้จักคิดด้วยตนเอง และช่วยเสริมสร้างทักษะทางการรู้จักคิดวิเคราะห์และสร้างความสัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผล เช่น “หมาต้องกลับเข้าบ้านเพราะฝนตก”  คุณอาจจะหาอุปกรณ์ประกอบการเล่านิทานมาให้ลูก เพื่อช่วยให้ลูกสร้างหรือแต่งนิทานได้ง่ายขึ้น

3) การควบคุมตนเอง

เด็กในวัยนี้มักจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ พ่อแม่จะต้องเข้าใจในความรู้สึกของเด็ก และชี้นำวิธีที่เด็กสามารถใช้เพื่อแสดงอารมณ์หรือระบายความรู้สึก เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น พ่อแม่ควรชักชวนให้ลูกได้รู้ว่าลูกสามารถทำอะไรอื่นๆได้อีกหลายอย่าง เช่น สร้างเสียงดนตรีจากการเคาะหม้อ (แทนที่จะเคาะโต๊ะ) การรู้จักเลือกกระทำสิ่งที่ถูกต้องถือเป็นทักษะที่สำคัญอย่างหนึ่งในการไปโรงเรียน

การให้ทางเลือกหรือตัวเลือก เสนอทางเลือกที่ลูกทำได้ให้ลูก 2 ทางเลือก  และให้ลูกเลือกเอง เช่น “หนูอยากแปรงฟันก่อนหรือยากใส่ชุดนอนก่อน” อย่าให้ลูกเลือกหากคุณเป็นคนตัดสินใจ  ให้บอกลูกโดยใช้ประโยคง่ายๆ สั้นๆว่า “ถึงเวลานอนแล้ว”  แทนที่จะถามว่า “ลูกอยากเข้านอนหรือยังคะ”

ช่วยให้ลูกรู้จักการรอ การรู้จักรอช่วยให้เด็กควบคุมอารมณ์ตนเองได้ นอกจากนี้ยังเป็นการสอนให้เด็กรู้ว่าคนอื่นก็มีความต้องการเหมือนกัน อย่างไรก็ดี ไม่ควรปล่อยให้ลูกรอนาน นัก และควรหาอะไรให้ลูกทำในระหว่างที่รออยู่ นอกจากนี้การได้เล่นกับเด็กในวัยเดียวกัน ยังถือเป็นการช่วยให้ลูกได้ฝึกการรอ การแบ่งปัน และการสลับกันเล่น  หากลูกมีคุณคอยให้คำแนะนำและหมั่นฝึกฝนการรอและควบคุมอารมณ์  ลูกก็พร้อมทีจะรับมือกับความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมโรงเรียน

4)  ความมั่นใจในตนเอง

เด็กวัย 3 ขวบ เป็นวัยที่มีความสามารถมาก โดยธรรมชาติแล้ว เด็กวัยนี้มักจะอยากทำสิ่งที่เกินวัย เกินความสามารถ เช่น อยากหวีผมเอง อยากแต่งตัวเองเป็นต้น เพราะการทำเช่นนี้ทำให้เด็กรู้สึกว่าเขาโตแล้ว แข็งแรง มั่นใจ และเป็นตัวของตนแอง ซึ่งทักษะเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จในรั้วโรงเรียน

มอบหมายความรับผิดชอบให้ลูก เด็กวัยนี้ชอบอยากช่วยเหลือ อยากทำงาน และรู้สึกภูมิใจในตนเองเมื่อทำงานสำเร็จ เช่น การให้อาหารสัตว์เลี้ยง หรือรดน้ำต้นไม้ คุณต้องบอกลูกให้แน่ชัดว่าลูกมีหน้าที่ทำอะไร เช่น “เก็บบล็อกเข้าที่ด้วยค่ะ” แทนที่จะบอกว่า “มาทำความสะอาดห้องกันดีกว่า”  และเวลาลูกทำเสร็จ คุณต้องชมลูกให้ตรงจุด เช่น “ลูกเก็บของเล่นเข้ากล่อง เก่งมากครับ” การทำเช่นนี้จะช่วยให้ลูกพร้อมรับมือกับการทำงานหลายๆอย่างเวลาเดียวกันในช่วงเวลาที่อยู่ในห้องเรียน

สนับสนุนให้ลูกรู้จักขอความช่วยเหลื บอกให้ลูกรู้เมื่อคุณเห็นว่าลูกกำลังต้องการความช่วยเหลือ และถามลูกว่าลูกต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ เช่น “การใส่รองเท้าเองไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางทีถ้าเราปลดสายรองเท้าให้หลวมๆ เราจะใส่ได้ง่ายกว่านะ  ให้แม่ช่วยปลดสายรองเท้าให้ไหมคะ”  การทำเช่นนี้ ลูกจะได้เข้าใจว่าการขอความช่วยเหลือเป็นสิ่งที่สำคัญ และคุณเองก็ควรแสดงให้เห็นว่า คุณก็มีสิ่งที่ทำเองไม่ได้และต้องการความช่วยเหลือเหมือนกัน

ที่มา: zerotothree.org