สอนอ่านภาษาอังกฤษสไตล์โฟนิคส์ด้วย Reading Bear

Reading Bear – เว็บสอนโฟนิคส์ฟรี และดีที่สุด

www.readingbear.org

Reading Bear เป็นเว็บสอนอ่านภาษาอังกฤษที่สนุก และเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย คำศัพท์ใน Reading Bear มีจำนวนกว่า 1,200 คำ พร้อมทั้งบทเรียน 50 บทเรียน Reading Bear เป็นหนึ่งในโปรเจ็คของ WactchKnowLearn.org

แล้ว Reading Bear ใช้งานอย่างไร และได้ผลอย่างไรบ้าง

ในแต่ละบทเรียน เราสามารถ เลือกการแสดงบทเรียนให้แสดงวิดีโอ หรือแสดงแบบสไลด์โชว์ก็ได้  บทเรียนเต็มรูปแบบของ reading bear จะแยกย่อยออกเป็น 7 บทเรียน โดยจะมีการออกเสียงคำแบบช้าๆ ออกเสียงเร็ว หลังจากนั้น ก็ผสมคำแบบช้า และในที่สุดก็เป็นการออกเสียงผสมคำแบบรวดเร็ว ซึ่งเราเลือกได้ว่า เราจะให้ลูกเราดูแบบไหน หรือตัวเราเองสนใจการสอนแบบไหน คือเราปรับการแสดงของบทเรียนได้ตามทักษะทางด้านโฟนิคส์ของตัวเราหรือของลูกเรา

เมื่อมีการออกเสียงตัวอักษร จะมีการไฮท์ไลท์ตัวอักษรตัวนั้นด้วย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้ว่า ตัวอักษรตัวไหนออกเสียงว่าอย่างไร หลังจากนั้นก็จะมีรูปภาพประกอบคำศัพท์ที่ได้เรียนไป และแสดงประโยคคำบรรยายซึ่งตัวหนังสือจะมีการแสดงแบบคาราโอเกะ ทำให้ผู้เรียน รู้ว่าแต่ละตัวอ่านว่าอย่างไร เป็นการช่วยเน้นย้ำการอ่านอีกรูปแบบหนึ่ง แม่แอ๋วเข้าใจว่า เป็นการช่วยสอนแบบ whole word ไปด้วยในตัวค่ะ พอเราเห็นรูปประโยคแบบคาราโอเกะ สไลด์ต่อไปก็จะแสดงวิดีโอประกอบคำที่เราได้ดูไป นอกจากผู้เรียนจะได้เห็นการสะกดคำ การออกเสียงสระแต่ละตัว การผสมคำ และการนำคำนั้นๆไปใช้ในรูปประโยคแล้ว เรายังเห็นภาพประกอบของคำนั้น คือนอกจากจะได้เรียนสะกดคำแล้ว ยังบอกความหมายของคำด้วย ซึ่งตรงนี้ดีมาก เพราะเป็นการลดจุดด้วยของการเรียนอ่านแบบโฟนิคส์ที่ผู้เรียนส่วนใหญ่จะอ่านออกแต่ไม่เข้าใจความหมายของคำนั้นๆ

ข้อมูลทั่วไปของ Reading Bear

Reading Bear เหมาะสำหรับผู้เรียนช่วงอายุเท่าไหร่

Reading Bear นั้นสร้างขึ้นมาเพื่อสอนเด็กอ่านสะกดคำแบบโฟนิคส์ตามช่วงอายุประมาณ 4-7 ขวบ (นี่เป็นเด็กที่เติบโตมาในประเทศที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกหรือภาษาราชการนะคะ สำหรับเด็กไทยเรา แม่แอ๋วว่า เว็บนี้ใช้งานได้ทุกอายุ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ) คำศัพท์และการนำเสนอการสอนของ Reading Bear นั้นสร้างมาโดยนึกถึงช่วงอายุของเด็กเหล่านี้เป็นหลัก แต่เด็กเล็กๆก็สามารถสนุกกับการเรียน Reading Bear ได้ค่ะ

โรงเรียนสามารถนำ Reading Bear ไปใช้ได้ไหม

ใช้ได้แน่นอนค่ะ โรงเรียนระดับประถมศึกษาสามารถนำไปใช้ได้เลย เด็กก่อนวัยเรียน หรือเด็กอนุบาลนั้นก็นำไปใช้ได้ด้วย เพราะ

  • เว็บนี้ฟรี และเข้าใช้ได้ตลอด
  • เรียนได้โดยไม่ต้องคร่ำเคร่ง เพราะ Reading Bear เป็นการเรียนอ่านที่นำเสนอโครงสร้าง และกฎโฟนิคส์ที่ซับซ้อนในรูปแบบที่ง่ายๆ เเละเห็นภาพได้ชัดเจนผ่านการไฮท์ไลท์ตัวอักษร และการนำเสนอรูปประโยคแบบคาราโอเกะ วิธีนี้จะช่วยให้เด็กเข้าใจหลักการและเรียนอ่านได้ง่ายขึ้น
  • ครูสามารถให้เด็กทั้งห้องดูบทเรียน Reading Bear พร้อมกันได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
  • เด็กสามารถที่จะใช้ Reading Bear ด้วยตนเองได้ผ่านคอมพิวเตอร์ที่จัดไว้ให้ในห้องสมุด
  • ครูสามารถสร้างบัญชีของนักเรียนแต่ละคน เพื่อดูว่าเด็กแต่ละคนมีความก้าวหน้าไปแค่ไหนแล้ว
  • การเรียนรู้ที่มีระบบ Reading Bear ได้จัดเรียงบทเรียนโฟนิคส์อย่างเป็นระบบขั้นตอน จากง่ายไปยาก
  • Reading Bear นั้น เราปรับการใช้งานได้ เราสามารถเลือกการแสดงบทเรียนตามทักษะของเด็กแต่ละคน
  • เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมโปรแกรมอื่นๆที่เราใช้อยู่ เพราะโปรแกรม Reading Bear นำเสนอแบบเป็นขั้นตอนและเป็นระบบจึงเป็นโปรแกรมสอนอ่านที่ช่วยเสริมโปรแกรมอื่นๆได้เป็นอย่างดี
  • เป็นโปรแกรมที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ช่วยให้นักเรียนเรียนภาษาอังกฤษได้ อย่างง่ายดาย

Reading Bear เป็นระบบการสอนโฟนิคส์ล้วนๆเลยหรือเปล่า

ถูกต้องค่ะ แต่ผู้จัดทำเข้าใจดีว่าการอ่านหนังสือได้นั้นไม่ใช้ถอดรหัสคำได้อย่างเดียว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือความเข้าใจเนื้อหาที่อ่านด้วย ดังนั้น Reading Bear จึงเน้นการนำเสนอความหมายของคำผ่านสือมีเดีย คำศัพท์ทุกคำคำได้รับการอธิบายความหมาย ในรูปประโยคพร้อมกับรูปภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องด้วย

แล้ว Reading Bear ใช้ได้ผลอย่างไร

Reading Bear ได้รวบรวบรวมึศัพท์ที่มีโครงสร้างคล้ายกัน พร้อมคำบรรยาย และวิดีโอ เพื่อเเสดงให้ผู้เรียนเห็นการออกเสียงของตัวอักษรแต่ละตัวพร้อมทั้งความหมายของคำเหล่านั้นด้วย ผู้จัดทำหวังว่า เด็กเล็กๆจะ “ถอดรหัสลับ” ของการอ่านได้ ทั้งการสะกดคำ และเข้าใจความหมายของคำนั้นๆด้วย เด็กสามารถเริ่มเรียน Reading Bear จากบทเรียนที่ง่ายๆก่อนคือ บทเรียน “Sound It Out Slowly” หลังจากนั้นเด็กจะได้ยินเสียงการสะกดคำแบบช้าๆ และจะมีการถามให้เด็กลองออกเสียงคำนั้นๆ และตามด้วยการผสมคำอย่างรวดเร็ว

ทำไม Reading Bear ถึงได้สอนคำศัพท์พื้นฐานเป็นจำนวนมาก

งานวิจัยจาก Hart and Risleyได้อธิบายอย่างชัดเจนว่าเด็กก่อนวัยเรียนที่มีคลังคำศัพท์เยอะจะประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษาดีกว่าเด็กที่รู้ศัพท์น้อย จากงานวิจัยของ Paul Tough ชื่อ Whatever It Takes ได้สรุปไว้ว่า

พอเด็กอายุครบ 3 ขวบ  เด็กๆที่พ่อแม่เป็นผู้เชียวชาญจะมีคำศัพท์ประมาณ 1,100 คำ ส่วนเด็กที่พ่อแม่ต้องอาศัย การดูเเลจากรัฐ (คือตกงานนั่นเองค่ะ) จะมีคำศัพท์ประมาณ 525 คำ ระดับ I.Q. ของเด็กนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลังคำศัพท์ในสมอง ระดับ I.Q. โดยเฉลี่ยของเด็กที่พ่อแม่เป็นผู้เชี่ยวชาญจะอยู่ที่ 117 ส่วนเด็ก พ่อแม่ต้องอาศัยเงินจากรัฐนั้น I.Q เฉลี่ยอยู่ที่ 79.

Reading Bear นำเสนอและอธิบายคำศัพท์กว่า 1,200 คำ และได้ย้ำและแสดงซ้ำๆในรูปแบบของการนำเสนอบทเรียนด้วยตัวหนังสือ วิดีโอ และรูปประกอบ ผู้จัดทำมั่นใจว่า  Reading Bear จะช่วยให้เด็กถอดรหัสคำได้ และยังช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนอ่านหนังสือเป็นอย่างมาก

เราสามารถใช้ Reading Bear เป็นโปรแกรม สอนเด็กทารกหรือเด็กวัยเตาะแตะอ่านหนังสือได้หรือไม่

Reading Bear ได้รับการสร้างมาเพื่อนสอนนักเรียนอ่านหนังสือตามช่วงอายุปกติ (4-7 ขวบ) อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้ Reading Bear สอนเด็กเล็กอ่านหนังสือได้ เพราะในบทเรียนมีรูปและวิดีโอซึ่ง จะช่วยดึงดูดความสนใจของเด็กเล็ก อย่างไรก็ดี ยังไม่มีงานวิจัยออกมาสนับสนุนว่าการสอนแบบนี้เหมาะกับเด็กเล็ก แต่อยากให้คุณลองได้อ่านบทความจาก Larry Sangerซึ่งได้สอนลูกอ่านหนังสือโดยอาศัยชุดคำศัพท์จาก Reading Bear โดยคุณ Larry เริ่มสอนตอนลูกอายุได้ขวบกว่าๆ ตอนนี้ H อายุได้ 5 ขวบแล้วและอ่านหนังสือได้คล่องมาก

แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า Reading Bear ถูกออกแบบมาสำหรับเด็กที่เรียนอ่านหนังสือในช่วงอายุปกติ

เราสามารถใช้ Reading Bear ประกอบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองได้หรือไม่

ได้แน่นอนค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้สอนไวยากรณ์ แต่สามารถช่วยสอนอ่านหนังสือ การออกเสียง และคำศัพท์

วิธีการใช้ Reading Bear แบบเป็นขั้นตอน

  • ลองดูวิดีโอ การเริ่มต้นใช้งาน Reading Bear
  • เลือกบทเรียนแรกโดย ให้เลือก Sound It Out Slowly โดยให้ปิด Can You Read This? ไป สามารถปิดได้ในส่วนของ Setting
  • แสดง Sound It Out Slowly อีก และคราวนี้ให้เปิด Can you read this? ด้วย จริงๆแล้วตรงนี้อ่านไม่ยาก เพราะมีการออกเสียงตัวอักษรแต่ละตัวให้ผู้เรียนอยู่แล้ว จึงอ่านตามได้ง่ายมากค่ะ
  • ถ้านักเรียนสามารถอ่านคำในหมวด Sound it Out Slowly ได้แล้ว ก็ลองเริ่มบทเรียนแบบ Sound It Out Quickly อาจจะยากขึ้นมานิดหน่อย
  • เมื่อนักเรียนออกเสียงตาม Sout It Out Quicky ได้แล้ว ก็ลองเริ่มต้นจาก Let Me Sound It Out ก็ยากขึ้นมาอีกหน่อย ถ้าเด็กทำได้ ก็แสดงว่าเด็กอ่านได้แล้วนั่นเองค่ะ
  • ถ้าเด็กอ่านได้แล้ว เราก็เลือกเเสดงบทเรียนแบบ Pause and ask me to say the words. หรือ ใช้การแสดงแบบ Flashcards อย่างเดียว
  • สุดท้าย การทดสอบ Quiz เป็นการทดสอบดูว่าเด็กอ่านคำได้จริงหรือเปล่า เมื่อเด็กอ่านได้แล้ว ให้เด็กกดลิ๊งค์ I have mastered these words. เด็กก็จะได้รางวัลเป็นดาวทอง (เจคอบชอบมาก ^_^)

คำแนะนำทั่วไป

  • นอกจากจะใช้ Reading Bear แล้วเราควรอ่านหนังสือให้ลูกฟังด้วย เวลาอ่านให้ไล่นิ้วตามตัวหนังสือไปด้วย
  • อย่าบอกให้เด็กออกเสียงสะกดคำ หรืออ่านคำเวลาที่เด็กยังไม่พร้อม การทำความเข้าใจการสะกดคำนั้นถือเป็นสิ่งที่ยากมาก ให้ค่อยเป็นค่อยไป และใช้เวลาในการสอนให้นานที่สุดเท่าที่จำเป็น อย่าเริ่งเด็ก ตอนที่เริ่มสอนอาจจะใช้เวลานานมากกว่าเด็ก จะสะกดได้ แต่พอทำได้แล้ว รับรองว่าคุุ้มค่าการรอคอยค่ะ
  • น้ำขึ้นให้รีบตัก ถ้าคุณเห็นว่าลูกกำลังตื่นเต้นและสนใจ ให้ใช้เวลานั้นสอน และให้ลูกใช้นานที่สุดเท่าที่ลูกต้องการ
  • ถ้าลูกออกเสียงได้แล้ว ก็ไม่ต้องไปบอกให้ลูกสะกดเป็นคำให้ฟัง เด็กบางคนสะกดคำในหัวได้เป็นอย่างดี
  • ให้ลูกตัดสินใจเองว่าอยากทำข้อสอบเมื่อไหร่ การได้คะแนนเต็มไม่ใช้สิ่งสำคัญ ให้ถือเป็นการทบทวนความเข้าใจค่ะ
  • ห้ามข้ามบทเรียน Review บทเรียนนี้จะนำเสนอการเรียนแบบสุ่ม อาจจะดูน่าเบื่อแต่มันช่วยผู้เรียนทบทวนคำที่เคยเรียนไปแล้ว เพราะถึงลูกจะเคยอ่านคำเหล่านั้นได้อาทิตย์ทีแล้ว ก็ใช่ว่าจะยังอ่านคำเหล่านี้ได้ในเวลาปัจจุบัน อย่าลืมว่า Pactice Makes Perfect ค่ะ

หวังว่าการเรียบเรียงนี้จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกที่อยากลองใช้ Reading Bear กับลูกนะคะ แม่แอ๋วใช้มาตั้งแต่ยังเป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้ และยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน แม่แอ๋วใช้เวลาในแต่ละบทเรียนนานมากๆ เพราะอยากให้ลูกรู้จริงก่อนข้ามไป บางบทเรียนเรียนกันเป็นเดือนก็มีค่ะ

การสอนแบบนี้เน้นความเชี่ยวชาญ เด็กต้องอ่านได้จริง รู้จริงก่อนที่เราจะข้ามไปบทต่อไป ใช้เวลานานแต่รับรองว่าคุ้มค่าการรอคอยค่ะ

อ่านการสอนโฟนิคส์แบบของคุณ Larry ได้ที่ :

http://kroopohmae.com/group/reading/forum/topics/flesch-phonics

ดาวน์โหลดไฟล์การออกเสียงโฟนิคส์ของชมรมได้ที่:

เสียง A-J

http://kroopohmae.com/group/library/forum/topics/1-a-i

เสียง J-S

http://kroopohmae.com/group/library/forum/topics/2-j-s

เสียง T-Z

http://kroopohmae.com/group/library/forum/topics/3-t-z

การเทียบเสียงโฟนิคส์เป็นภาษาไทย:

http://kroopohmae.com/group/english/forum/topics/phonics-sounds

เรียงเรียงจาก:

http://www.readingbear.org/GettingStarted.aspx

วิดีโอเริ่มใช้งาน Reading Bear: