เทคนิคการเล่นกับลูกวัยทารกและวัยเตาะแตะ

การเล่นคือสิ่งพิเศษและสำคัญ นอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกแล้วยังเป็นหัวใจสำคัญด้านพัฒนาการของเด็กด้วย  การเล่นถือเป็น “งาน” ของเด็ก เพราะเด็กเรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านการเล่น  ในขณะที่เด็กได้เล่น เด็กได้ทดลองใช้ทักษะใหม่  ได้ค้นหาและใช้ได้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น

กิจกรรมการเล่นแทบทุกประเภทคือสิ่งที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสนุกสนานสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการผลักหรือลากรถบรรทุกไปมา หรือแม้กระทั่งการแยกถุงเท้า เพราะเด็กคิดว่าเขากำลังเล่นกับคุณอยู่ การเล่นแทบทุกรูปแบบคือโอกาสที่ดีที่เด็กจะได้เรียนรู้และฝึกใช้ทักษะใหม่

พ่อแม่คือเพื่อนเล่นที่ลูกโปรดปรานมากที่สุด ลูกเริ่มเล่นกับคุณครั้งแรกเมื่อลูกลืมตามาดูโลก  ไม่ว่าลูกจะมองดูหน้าคุณในระหว่างที่คุณกำลังป้อนข้าว หรือฟังเสียงคุณร้องเพลงให้ลูกฟังในระหว่างที่คุณเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เขา ลูกกำลัง “ทำงาน” อยู่ เพราะการเล่นคืองานของลูก เขากำลังเรียนรู้ และกำลังค้นคว้าและสำรวจ

วิธีและเทคนิคข้างล่างนี้จะช่วยให้คุณรู้จักใช้เวลาเล่นกับลูกให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ให้ลูกเป็นผู้นำ

จัดหาอุปกรณ์ให้ลูก ไม่ว่าจะเป็นของเล่น หรือสิ่งของที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก และสังเกตุดูว่าลูกทำอะไรกับสิ่งของนั้น คุณไม่จำเป็นต้องสอนหรือบอกให้ลูกเล่นให้ถูกวิธี คุณควรปล่อยให้ลูกนำเสนอ “วิธีการเล่นแบบใหม่” ด้วยของเล่นชิ้นนั้น

ใช้เวลาให้เต็มที่ ไม่ต้องเร่ง

การสาธิตวิธีการเล่นของเล่นอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่พยายามอย่าช่วยทำหรือเล่นให้ลูกดูทุกครั้ง คุณอาจจะเริ่มเล่นของเล่นบางอย่าง เช่น เริ่มต่อบล็อกเป็นชั้นๆ และชวนให้ลูกทดลองทำด้วยตนเอง  จำกัดความช่วยอยู่ให้อยู่ในขอบเขตที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป มากเกินไปคือทำให้ลูกหมด น้อยเกินไปคือปล่อยให้ลูกทำเองจนเกิดความโมโหเพราะเล่นของเล่นชิ้นนั้นไม่ได้ การเลือกเวลาช่วยเหลือที่ถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยให้ลูกได้ทดลองใช้ทักษะใหม่ๆด้วยตนเอง

จับสัญญานอารมณ์ของลูก

เด็กตัวเล็กๆอาจจะไม่สามารถแสดงความรู้สึกหรือกบอกความต้องการของตนเองได้ด้วยคำพูดเมื่อเขารู้สึกเบื่อและไม่อยากเล่นอีกต่อไป  แต่เด็กวัยนี้สามารถใช้วิธีอื่นในการสื่อสารให้คุณรู้ได้ เช่นการใช้เสียง  สีหน้า และท่าทาง การอ่านอารมณ์ของลูกอย่างถูกต้องจะช่วยลดอาการโมโหหรืองอแงลงได้ และนอกจากนี้การจับอารมร์ความรู้สึกลูกยังช่วยให้คุณรู้ว่าลูกชอบเล่นอะไรหรือชอบทำกิจกรรมไหนเป็นพิเศษ

ตรวจสอบสถานที่เล่น

คุณควรตรวจดูว่าที่เล่นของลูกปลอดภัยหรือไม่ มีเสียงและสิ่งรบกวนเยอะเกินไปหรือไม่  ลูกสามารถคลานหรือเดินรอบๆห้องได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ และสถานที่มีเนื้อที่พอสำหรับการวิ่ง  การโยนบอล หรือระบายสี คุณควรจะตรวจสอบสถานที่ก่อนชวนลูกเล่นหรือทำกิจกรรมเพื่อป้องกันอาการงอแง โมโห อุบัติหตุ หรือของใช้ในบ้านเสียหาย

เอาอีกๆ

เด็กเล็กๆมักอยากเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีก เด็กชอบและสนุกแต่สำหรับพ่อแม่แล้วอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยน่าสนุกท่าไหร่นัก การที่ลูกเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้นเป็นเพราะเขากำลังพยายามฝึกทักษะใหม่ๆและต้องการที่จะทำสิ่งนั้นให้ได้อย่างคล่องแคล่ว  และเมื่อเด็กสามารถทำกิจกรรมนั้นได้ด้วยตนเอง เขาจะรู้สึกว่าเขาเป็นคนมีความสามารถ และมั่นใจว่าเขาจะเป็นคนฉลาดและประสบความสำเร็จ ยิ่งเด็กได้ฝึกฝนทักษะบ่อยๆ เด็กจะยิ่งทำสิ่งนั้นได้ดีขึ้น และพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายและการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นเมื่อคุณเกิดความรู้สึกอยากเอาของเล่นที่ลูกเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกไปซ่อนเพราะคุณเบื่อที่จะเล่นกับของเล่นชิ้นนั้น คุณควรคิดเสียใหม่เพราะการเล่นซ้ำๆคือพัฒนาการอย่างหนึ่งของลูกคุณ

มองหาวิธีที่จะปรับกิจกรรมการเล่นให้เหมาะกับความต้องการของลูก

คุณอาจจะเป็นผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กพิเศษ ซึ่งสภาวะทางด้านร่างกาย จิตรใจ และทักษะทางสังคมอาจจะด้วยกว่าเด็กปกติทั่วไป เป็นผลให้เวลาเล่นเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับเด็กเหล่านี้  อย่างไรก็ดี เด็กทุกคนเรียนรู้ผ่านการเล่น และคุณสามารถปรับกิจกรรมการละเล่นทุกชนิดให้เหมาะและตรงกับความต้องการของเด็กทุกประเภท ข้อแนะนำดังต่อไปนี้จะช่วยชี้นำให้คุณปรับการเล่นให้เหมาะกับกับเด็กพิเศษ

  • คำนึงถึงสิ่งรอบๆตัว เสียงหรือแสงสว่างรบกวนลูกของคุณหรือไม่  เสียงทีวี วิทยุรบกวนลูกหรือไม่ หากลูกดูไม่มีความสุขเวลาเล่นในที่ที่มีเสียงรบกวน ให้พาลูกย้ายไปเล่นในบริเวณที่เงียบสงบ และปราศจากสิ่งกระตุ้น สิ่งเร้า และสิ่งรบกวน
  • ลูกคุณปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ๆได้ดีหรือไม่ ยิ่งเด็กเล็กๆที่เป็นเด็กพิเศษด้วยแล้ว มักจะถูกกระตุ้นจากสิ่งรอบตัวมากจนเกินไป พยายามเริ่มเล่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เล่นของเล่นที่ละชิ้น และค่อยๆเพิ่มของเล่นชิ้นใหม่เข้ามา และสังเกตุดูว่าลูกมีอาการตอบรับอย่างไรบ้าง ลูกยิ้มชอบใจเวลาที่ได้กอดตุ๊กตาหรือไม่? หรือตกใจเวลาได้ยินเสียงหวอรถดับเพลงของเล่นหรือไม่? จงจับอารมณ์ความรู้สึกของลูกและค่อยๆช่วยให้ลูกปรับตัวเข้ากับกิจกรรมการเล่นแบบใหม่
  • ลูกคุณมีอาการตอบรับต่อผิวสัมผัส กลิ่น และรสอย่างไรบ้าง เช่น ลูกอาจจะชอบจับของเล่นบางประเภท แต่บางอย่างอาจจะทำให้ลูกรู้สึกแปลกๆให้อ่านสัญญานจากลูก และปรับการเล่นให้เหมาะสมและให้ถูกกับอารมณ์ของลูก
  • การเล่นกับเพื่อนถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กพิเศษ คุณควรนัดวันเล่นกับเด็กอื่นๆให้ลูก และหาโอกาสพาลูกไปเล่นกับเด็กอื่นในวัยเดียวกัน เช่นพาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น เข้ากลุ่มเด็กวัยเดียวกัน การเล่นสนุกกับเพื่อนมีความสำคัญต่อทักษะทางสังคม เช่น  การแบ่งปัน การแก้ไขความขัดแย้ง การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา แลที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การเล่นกับเพื่อนเป็นการช่วยเตรียมลูกให้พร้อมกับการไปโรงเรียนอีกด้วย

ที่มา: zerotothree.org