ช่วยลูกให้ประสบความสำเร็จในโรงเรียน

ความสำเร็จเริ่มจากครอบครัว เราจะช่วยลูกเราได้อย่างไร?

การไปโรงเรียนหรือการชีวิตในโรงเรียนมอบโอกาสพิเศษและความท้าทายให้กับลูกของเรา  ลูกจะประสบความสำเร็จในโรงเรียนได้นั้น จำเป็นต้องรู้จักการทำงานอย่างสร้างสรรค์ มีความยืดหยุ่นและปรับตัวเข้ากับการเรียนและวิชาต่างๆที่สอนในโรงเรียน  สามารถทำงานคนเดียวและเป็นกลุ่มได้  รู้จักการจัดเวลา และ รู้จักวิธีการที่จะตรวจสอบ ประเมิน และจัดการการทำข้อสอบหรือการประเมิณผลในรูปแบบต่างๆ การที่ลูกจะทำทุกอย่างได้ตามศักยภาพของตนเองได้นั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี และคนที่จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกได้ดีที่สุดคือพ่อแม่และครอบครัว

ลูกจำเป็นต้องมีกระบวณความคิดและทักษะในการเรียนรู้  ลูกจำเป็นต้องใช้สมองทั้งสองซีกให้ได้ประโยชน์สูงสุด รู้จักรวบรวมความคิดเหตุผลเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้โดยการดู ฟัง และทดลองทำ เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้กลยุทธ์การจดจำข้อมูลเพื่อนำข้อมูลนั้นมาประยุกต์ใช้  รู้จักการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มความเข้าใจ มีทักษะ เพราะสิ่งที่ลูกทำและเรียนรู้ที่โรงเรียนนั้นจะช่วยเตรียมสมองลูกให้พร้อมกับความท้าทายต่อไปในอนาคต

ลูกควรไปโรงเรียนด้วยความมั่นใจและตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็สงบเรียบร้อย และให้เกียรติเพื่อนและครู ลูกต้องสามารถกระตุ้นตัวเองให้รู้จักฟังคำสั่งอย่างตั้งใจ และมีสมาธิในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย รู้จักพูดคุยและสื่อสารกับครูและเพื่อนๆ

เด็กที่ประสบความสำเร็จในโรงเรียนนั้นคือเด็กที่กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ  ชีวิตในครอบครัวหรือในบ้านของลูกนั้นควรจะทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และช่วยให้ลูกพัฒนาการคิด การพูด การกระทำ และเตรียมลูกให้พร้อมและใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนได้อย่างมีความสุขและได้ประโยชน์สูงสุดจากโรงเรียน

พ่อแม่สามารถช่วยให้ลูกมีความสุขและประสบความสำเร็จในโรงเรียนได้โดย

การสร้างและกระตุ้นสมอง

ทักษะการเรียนรู้ของลูกเริ่มตั้งแต่ตอนที่ลูกอยู่ในครรภ์ พ่อแม่ควรจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังสมองให้ลูกทันทีที่ลูกเกิด คุณสามารถสร้างสมองและเสิรมความคิดให้ลูกพร้อมรับความท้าทายในอนาคตได้โดยการกระตุ้นประสาทการรับรู้ ช่วยพัฒนาทักษะการพูดคุยสื่อสาร เตรียมสภาพแวดล้อมที่อุบอุ่นประปลอดภัยเพื่อให้ลูกได้ค้นคว้า ค้นหาด้วยตนเอง  นอกจากนี้ เด็กมีความฉลาดเฉลียวในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ลูกจึงจำเป็นต้องได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะความสามารถในทุกด้าน ลูกของเราอาจจะมีความถนัดหรือชอบการเรียนรู้แบบที่ตัวเองถนัด แต่คุณสามารถที่จะฝึกให้ลูกมีกลยุทธ์และรู้จักใช้ทักษะหลายแบบในการรวบรวม ค้นหา และจดจำข้อมูล

ลักษณะของการเรียนรู้

พ่อแม่ควรหาวิธีการกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยการดู ช่วยให้ลูกได้รับประโยชน์จากรูปภาพที่ลูกได้เห็นและคำศัพท์ที่ลูกอ่าน ฝึกลูกให้รู้จักฟังเพื่อที่จะช่วยให้ลูกรับฟังและจดจำข้อมูลที่ได้ยินได้ นอกจากนี้ ลูกยังเรียนรู้ผ่านการกระทำ ดังนั้นเราควรสนับสนุนให้ลูกได้ทดลอง ค้นคว้า ค้นหาสิ่งรอบตัวด้วยการสัมผัส การถือ และการทดลองทำ

การสื่อสาร

การทำงานร่วมกับผู้อื่นคือการให้โอกาสและสร้างความท้าทายให้กับลูก เด็กจำเป็นต้องเต็มใจที่จะทดสอบและ ทดลอง มีความกระตือรือร้นพร้อมรับประสบการณ์ใหม่และพร้อมที่จะจัดการกับความซับซ้อนและวุ่นวายของการทำงานเป็นกลุ่ม และการเข้าสังคมกับนักเรียนคนอื่น ทักษะการสื่อสารคือหัวใจของการทำงานร่วมกับผู้อื่น เด็กจำเป็นต้องเข้าใจคำสั่ง  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำทั้งกับผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมห้อง และสามารถถ่ายถอดความรู้และทักษะของตนเองด้วยวิธีที่หลากหลาย

สื่อและเทคโนโลยี

ทีวี หนัง เกม คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ท ล้วนแต่มีผลกระทบที่สำคัญต่อการเรียนรู้ของลูกเรา ทั้งผลกระทบทางบวกและทางลบ เราควรควบคุมดูแล กำหนดเวลาการใช้สื่อและ เลือกเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัยของลูก ในขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จากสื่อให้ได้มากที่สุด เพราะสือสามารถช่วยฝึกทักษะการจดจำ สมาธิ และการแก้ไขปัญหาให้กับลูกเราได้

คำศัพท์และตัวเลข

การมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากพ่อแม่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เด็กพัฒนาทักษะการอ่านเขียนและคณิตศาสตร์ การพูดคุย ประสบการณ์ และกิจกรรมเสิรมพัฒนาการต่างๆจะช่วยเตรียมลูกให้พร้อมกับการเรียนรู้ทักษะเหล่านี้

สำหรับการอ่านเขียน เด็กจำเป็นต้องมีความมั่นใจเวลาพูด ฟัง อ่าน และเขียน ครอบครัวที่อ่านออกเขียนได้จะให้ความสำคัญกับภาษา สนุกกับการเรียนภาษา และหาโอกาสในการใช้ภาษานั้นให้ได้ดีและถูกต้อง  การที่ลูกจะเก่งคณิตศาสตร์ได้นั้น เด็กคต้องเข้าใจตัวเลข อนุกรม รูปทรง และการวัด คุณสามารถช่วยลูกให้ประสบความสำเร็จได้โดยการทำให้คณิตศาสตร์เป็นเกมที่สนุก ตื่นเต้นสนุกสนาน และใช้คณิตศาสตร์ในการกระตุ้นทักษะการคิดของลูก

สังคมชีวิต

ชีวิตในโรงเรียนของเด็กสมัยใหม่บางแห่งนั้นค่อนข้างมีความกดดันสูง ลูกเราควรรู้จักปรับตัวให้กับกับสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ลูกต้องมีทัศคติที่ดูและถูกต้องเกียวกับโรงเรียน  พ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการสร้างทัศนคติเกี่ยวกับโรงเรียนให้ลูก ลูกต้องมีความมั่นใจและรู้จักสื่อสารแสดงความคิดและความรู้สึกของตนเอง แต่ เราต้องสอนให้ลูกรู้จักเคารพครู และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมถูกกาลเทศะ  ช่วยให้ลูกรู้จักสิทธิ์และความรับผิดชอบของตนเอง

สุขภาพ

อาหารที่มีประโยชน์มีผลต่อความสำเร็จในโรงเรียนของลูก สมองต้องการสารอาหารที่มีคุณภาพเพื่อช่วยให้มันทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ การออกกำลังกายช่วยให้ผ่อนคลาย กีฬาและการละเล่นต่างๆช่วยสอนเด็กให้รู้จักตนเอง และก็สอนให้เด็กรู้จักทำงามร่วมกับผู้อื่น การผักผ่อนและการนอนก็สำคัญ พ่อแม่ควรจะช่วยสร้างกิจวัติการนอน เพื่อให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ข้อสอบ

สมัยนี้ เด็กๆต้องทำข้อสอบหรือต้องถูกประเมิณหลายต่อหลายครั้ง หากครอบครัวให้กำลังใจ รู้จักวิธีการจัดการและเตรียมตัวทำข้อสอบที่ถูกต้อง เราก็จะช่วยลดความเครียดให้ลูกได้ พ่อแม่จำเป็นทราบว่าลูกเราสอบอะไรบ้าง ทำได้ดีแค่ไหน มีส่วนไหนที่ต้องปรับปรุง และนำผลการสอบนั้นมาวางแผนการกระตุ้นหรือการสอนลูกต่อไป

ครอบครัว

ชีวิตครอบครัวมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของลูก การกระทำและความคิดของลูกจะสะท้อนให้เห็นถึงครอบครัวและการเลี้ยงดู พ่อแม่ควรใช้ทุกโอกาสที่มีในการกระตุ้นลูก ทำให้ลูกตื่นเต้น และพัฒนาทักษะความรู้ทางด้านต่างๆให้ลูกอยู่เสมอ พ่อแม่ควรคุยกับลูกเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดของลูก และสนับสนุนให้ลูกแสดงความคิดเห็น ช่วยให้ลูกเข้าใจศักยภาพของสมอง ช่วยให้ลูกใช้สมองให้ได้ดีที่สุด

เรียบเรียงโดย แม่แอ๋ว – ชมรมครูพ่อแม่

จากหนังสือ Help Your Child Succeed At School ของ Jonathan Hancock

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทฤษฎีกล้วยไม้และแดนดะไลออน ลูกเราเป็นดอกอะไรหนอ

http://kroopohmae.com/group/articles/forum/topics/orchid-dandelion

วิธีการชมลูก

http://kroopohmae.com/group/early-learning/forum/topics/praise

ประเภทการเรียนรู้และลูกของเรา

http://kroopohmae.com/group/articles/forum/topics/types-of-learners

การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง

http://kroopohmae.com/group/articles/forum/topics/brain