คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการเเฟรชบัตรคำ

หลายๆคนที่อยากสอนลูกผ่านบัตรคำ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร วันนี้ชมรมครูพ่อแม่ได้ตอบคำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับบัตรคำให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้พ่อแม่ที่สนใจอยากสอนลูกผ่านบัตรคำเข้าใจบัตรคำและวิธีเเฟรชได้มากขึ้นนะคะ

ทำไมถึงใช้บัตรคำในการสอนเด็กเล็ก

เด็กทารกและเด็กเล็กมีความสามารถพิเศษในการเรียนรู้ได้อย่างไม่ต้องอาศัยความพยายาม ในฐานะที่เป็นพ่อแม่และผู้สอน เรามีความรับผิดชอบในการช่วยให้ลูกเราเรียนรู้เพื่อวางรากฐาน สร้างคลังและทุนความรู้ให้ลูกนำไปใช้ในอนาคต วิธีการหนึ่งที่ได้ผลดีในการสอนเด็กที่ยังพูดไม่ได้คือการให้ลูกดูบัตรคำ เกล็น โดแมน คือต้นตำหรับ ของการสอนเด็กด้วยวิธีนี้ (อ่านบทความเกี่ยวกับ เกล็น โดแมนได้ที่นี่)

บัตคำหรือเเฟรชการ์ดคือบัตรขนาดใหญ่ที่มีคำศัพท์ รูปภาพ ตัวเลข หรือจำนวน บัตรมีทั้งบัตรคำจริงที่ทำจาก กระดาษและบัตรที่ทำผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และดีวีดี เด็กเล็กชอบเรียนผ่านบัตรคำเพราะนอกจากจะเป็นวิธีการกระตุ้นสมองที่ดีแล้ว การเรียนผ่านบัตรคำยังเป็นวิธีที่สนุกและทำได้ทุกวันอีกด้วย

คุณควรจะให้ลูกดูบัตรคำเมื่อลูกอารมณ์ดีและผ่อนคลาย คุณอาจจะเเปลกใจที่เห็นลูกตื่นเต้นและอยากดูบัตรคำหรือบทเรียนชุดต่อไป การเเฟรชบัตรคำจะช่วยดึงดูความสนใจลูกและหากเราทำทุกวันเป็นประจำ ความรู้และความเข้าใจของลูกเราก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

วิธีใช้บัตรคำกับเด็กเล็ก

นี่คือหลักการสำคัญที่คุณควรตระหนักถึงเวลาที่คุณให้ลูกดูบัตรคำ

  • รูปภาพ คำศัพท์ ตัวเลข หรือจำนวนควรจะมีขนาดใหญ่และชัดเจน
  • ระยะเวลาในกาารสอนต้องสั้น หยุดก่อนที่ลูกจะหมดความสนใจ

นอกจากนี้ ตัวคุณเองก็ควรจะแสดงออกให้ลูกเห็นว่าคุณสนุกและมีความสุขเวลาที่แสดงบัตรคำให้ลูกดู หากคุณสนุก ลูกคุณก็จะอยากดูบัตรคำเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าลูกจะยังอายุได้แค่สองสามเดือน ลูกก็สามารถรับรู้อารมณ์ของคุณระหว่างการสอนได้ หากคุณมีความสุขเวลาสอน ลูกก็จะมีความสุขเวลาเรียน

มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าเด็กๆที่ได้รับการสอนผ่านบัตรคำจะพัฒนาประสาทการมองเห็นและการได้ยินเร็วกว่าเด็กอื่น นอกจากการแสดงบัตรคำช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองแล้ว ยังช่วยปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของลูกคุณได้ด้วย

การเรียนรู้อย่างรวดเร็ว

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันว่าเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง ชมรมพ่อแม่ขอแนะนำให้คุณให้ลูกดูบัตรคำแต่ละชุดสามครั้งต่อวัน โดยให้ดูประมาณ 5-10 วันต่อชุด อย่างไรก็ตาม คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องให้ลูกดูติดต่อกัน 10 วันก็ได้ แต่สิ่งที่จำเป็นที่คุณควรทำคือจดบันทึกวันที่ที่คุณได้ให้ลูกดูชุดบัตรคำนั้น เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าคุณจะถอดคำศัพท์หรือเปลี่ยนชุดบัตรคำเมื่อไหร่

เมื่อลูกคุณเริ่มหมดความสนใจบัตรคำ

การให้ดูบัตรคำซ้ำนั้นแล้วแต่เด็กแต่ละคน ให้คุณดูลูกของคุณเป็นหลัก หากลูกเบื่อบัตรคำชุดที่คุณให้ลูกดูอยู่ และไม่สนใจบัตรคำนั้นแล้ว ให้คุณเปลี่ยนหรือถอดคำที่ลูกเบื่อออกไป วิธีนี้จะช่วยรักษาความสนใจในการดูบัตรคำของลูกคุณได้

อาจจะมีบางเวลาที่ลูกอาจจะดูบัตรคำแค่รอบเดียวแต่ก็สามารถจำบัตรคำนั้นได้แล้ว หากลูกไม่มองบัตรคำหรือหันหน้าหนี คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะนี่อาจจะหมายความว่าเจ้าตัวเล็กของคุณคำบัตรคำพวกนั้นได้แล้ว!

ควรจะเเฟรชบัตรคำให้เร็วแค่ไหน

การเเฟรชบัตรมีหลักการอยู่สองหลักการ

  • อันแรกคือหลักการของ เกล็น โดแมน และชิจิดะ เป้าหมายของการเเฟรชบัตรคำแบบนี้ควรจะเเฟรชให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการเเฟรชเร็วเป็นการใช้ประโยชน์ของสมองซีกขวาของเด็กเล็กที่สามารถรับข้อมูลได้มหาศาลในเวลาเสี้ยววินาที เด็กเล็กสามารถเรียนรู้ด้วยวิธีนี้ได้อย่างไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย วิธีการนี้เหมาะกับเด็กแรกเกิดจนถึงสามขวบครึ่ง สำหรับเด็กโต เราอาจจำเป็นต้องปรับการเเฟรชบัตรคำให้ช้าลงโดยมีช่วงเวลาพักและชี้นำให้ลูกใช้การมองดูบัตรคำ วิธีการแบบนี้จะช่วยกระตุ้นสมองซีกขวาผ่านสถานะคลื่นอัลฟา(เกิดขึ้นเมื่อเด็กผ่อนคลายแต่ตื่นตัวและพร้อมรับรู้) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันกับการนั่งสมาธิ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนรู้ของสมองซีกขวาได้ที่นี่
  • อีกวิธีหนึ่งในการให้ลูกดูบัตรคำคือการใช้วิธีกระตุ้นประสาทการรับรู้ (Multisensory) หลักการของวิธีนี้คือเด็กจะสามารถซึมซับและจำข้อมูลได้ง่ายเมื่อเด็กได้รับข้อมูลผ่านประสาทการรับรู้หลายช่องทาง ซึ่งแทนที่เราจะอ่านคำศัพท์ให้ลูกฟังดังๆเวลาที่เราเเฟรชบัตร เราสามารถที่จะอ่านคำศัพท์ในขณะที่เเฟรชคำศัพท์ให้ลูกดู แล้วก็ให้ลูกดูรูปภาพที่แสดงความหมายของคำนั้นด้วย หลายๆท่านที่ใช้ โปรแกรม Little Reader อยู่ จะเห็นว่าบทเรียน Multisensory ของ Little Reader จะมีไฟล์เสียงการออกเสียง คำศัพท์พร้อมตัวหนังสือ รูปภาพ และวิดีโอคลิปประกอบพร้อมคำบรรยาย ข้อดีของวิธีนี้อีกอย่างหนึ่งคือแทนที่จะสอนแค่การอ่านออกเสียงอย่างเดียว เราสอนความหมายของคำนั้นให้ลูกด้วย

นอกจากนี้ วิธีการเเฟรชบัตรด้วยวิธีกระตุ้นประสาทการรับรู้ (Multisensory) ยังถือว่าเป็นเทคนิคการเรียนรู้ผ่านสมองซีกขวาด้วย เพราะว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลผ่านระดับการเรียนรู้อย่างไม่รู้ตัวบางส่วน

เป็นที่ทราบกันดีว่าวิธีกระตุ้นประสาทการรับรู้ได้ผลดีมากกับเด็กที่ไม่ค่อยสนใจหรือตอบรับไม่ดีกับวิธีการสอนผ่านสมองซีกขวาแบบดั้งเดิม (การเเฟรชเร็ว) นอกจากการกระตุ้นการมองและการฟังแล้ว การเรียนรู้แบบมัลไทเซ็นซอรี่ยังได้นำการทดลองทำ และการเลียนแบบการกระทำมาใช้ประโยชน์ด้วย ซึ่งก็คือการช่วยให้ลูกเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายให้ตรงกับความหมายของคำศัพท์ที่ลูกได้ดู หรือการชักชวนให้ลูกออกท่าทางตามคำศัพท์ที่แราแสดงให้ลูกดูนั่นเอง

ที่มา: Brillbaby