การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง

บทความนี้เรียบเรียงโดย: คุณแนน คุณแม่น้องกอหญ้า – เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมโดย: คุณอุ๊ Au BabyPloy

เนื่องจากได้ไปเข้าร่วม งานเสวนาเรื่อง “การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านนานี้เอง โดยรวมแล้วค่อนข้างประทับใจงานนี้มาก ทั้งตัววิทยากรที่อธิบายได้ชัดเจนและเข้าใจง่าย และแขกรับเชิญที่ทำ Homeschool อยู่ทั้ง 2 บ้านที่สละเวลามาแชร์ประสบการณ์ และช่วยตอบคำถามไขข้อข้องใจให้พวกเราได้เป็นอย่างดี

ขอสรุปแต่ใจความสำคัญ เกี่ยวกับหลักการการจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง (Brain Based Learning -BBL) เท่าที่จำได้นะคะ อาจจะไม่สมบูรณ์ 100 % นะคะ

1. การเรียนรู้ของสมอง

  • สมองเรียนรู้จาก ของจริง –>สัญลักษณ์
  • เรียนจากเรื่อง ง่าย–>ยาก สอนเป็นขั้นเป็นตอน อย่าข้ามขั้น
  • เวลาจะสอนอะไรเด็ก ต้องเปิดสมองเด็กก่อน ด้วยสิ่งที่เขาชอบ เช่น ดนตรี ศิลปะ ออกกำลัง เมื่อสมองเขาเปิดแล้วเขาจะพร้อมรับความรู้ต่างๆ แต่ถ้าสมองปิด เราจะใส่อะไรไปก็ไม่เข้า
  • การเรียนรู้ของเด็กต้องคู่กับความสุข ถ้าเราสอนแล้วลูกไม่มีความสุข แสดงว่าเราทำผิดพลาดแล้ว
  • องค์ความรู้ ภาษา คณิต วิทย์ เป็น unity ของแต่ละอย่าง เราสามารถใช้สอนได้ ทั้ง 3 วิชา ขึ้นกับว่าเราจะเอาสิ่งไหนมาสอน ตามวัยของเด็ก เช่น ปากกา 1 ด้าม สอนได้ทั้งภาษา (สอนให้เด็กรู้จักปากการ อ่านและเขียนคำว่าปากกาได้)  คณิตศาสตร์ (สอนเรื่องจำนวนได้) วิทยาศาสตร์ (หมีกทำจากอะไร ด้ามจับปากกาทำจากวัสดุอะไร เป็นต้น)
  • เรียนด้วยความเข้าใจ > ความจำ  สอนไปทำละขั้นๆ และทดสอบความรู้ความชำนาญก่อนที่จะขยับไปสอนขั้นสูงขึ้น
  • Difference brain-difference learning abilility  เด็กแต่ละคนมีความสามารถในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน พ่อแม่ต้องเข้าใจเด็กว่าลูกของเราอยู่กลุ่มไหน เด็กกลุ่มเรียนช้านั้น ต้องการจำนวนครั้งของการเรียนรู้มากกว่าเด็กเรียนระดับกลางและเร็ว  อย่าด่วนสรุปว่า “เด็กเรียนช้าคือเด็กโง่” การเรียนรู้ของสมองมีหลายตัวแปร ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก

2. Road Map of Brain Learning ตามหลัก BBL  (จริงๆ ต้องเป็นรูปพีระมิด แต่วาดในนี้ไม่ได้ขอทำเป็นลูกศรธรรมดาละกันนะคะ)

การเรียนรู้ของเด็กจะเริ่มเป็นขั้นดังนี้

การเล่น (ศิลปะ พละ ดนตรี)—> ภาษาศาสตร์—>คณิตศาสตร์—> วิทยาศาสคร์—> วิชาชีพ

การเล่นเป็นพื้นฐานของทุกสิ่ง เด็กจะเรียนรู้หลายอย่างผ่านการเล่น และถ้าเด็กจะเรียนเลข ภาษาจะต้องดีก่อน เด็กถึงจะเข้าใจโจทย์เลขได้่ นึกได้แค่นี้จ้า ใครจะเสริมอะไรก็เสริมได้นะคะ  ส่วนช่วงเสวนา ถาม-ตอบ ขอไม่เขียนถึงนะจ๊ะ รายละเอียดมันเยอะ เรียบเรียงยากจ้า
ข้างล่างนี้พี่อุ๊ Au BabyPloy ช่วยเสริมให้นะคะ
สมองเป็นอวัยวะเดียวที่ไม่เหมือนใครเพราะสมองต้องการอาหารใจ( อวัยวะอื่นต้องการอาหารกาย) ฃึ่งต้องเข้าทาง อายตนะ 6 ช่องทาง ตา หู จมูก ปาก สัมผัส ใจ

องค์ความรู้ทั้งภาษาคณิตวิทย์อยู่ที่เดียวกัน การจะดึงอะไรมาสอน ขึ้นอยู่กับลำดับของสมองเด็กที่จะรับ ที่ต้องพอดีๆกับพัฒนาการด้านโครงสร้างและการพัฒนาการของสมอง
Road map of brain base learning

  1. เรียงตามลำดับ คือ ดนตรี + “เล่น พละ เคลื่อนไหว”+
  2. ศิลปะ ,ภาษา ,คณิต ,วิทย์
  3. จากง่ายไปหายาก
  4. จากของจริงไปหาสัญลักษณ์ ความพร้อมของสมองเด็ก(ต้นไม้อ่อน)

ปัจจัยภายใน

  1. ด้านอารมณ์
  2. ด้านโครงสร้างสมอง
  3. ด้านขั้นบันไดความรู้

Learning disability : ld แท้เทียม

พัฒนาการของสมองคือการสร้างขนวนหุ้ม neuron ให้เชื่อมต่อกันเป็นพัฒนาเป็นเฃอร์กิจ circuit
Lim ยางแขน

Neocortex 6 ชั้น ไว้เก็บองค์ความรู้

สมองเป็นเฃลสองส่วนต่อกัน ต้องมีสารเคมีที่เชื่อมneur

otransmitter เพื่อเปิดสมอง

BBL ใช้ทุกอย่างในการผลิตเด็กที่มีคุณภาพ

จำนวนเฃลสมองneuron หนึ่งแสนล้านเฃล

หน่วยความจำ2ลาโนลินกาเชื่อมโยงกันตั้งแต่2เฃลเท่ากับห

นึ่งหน่วยความจำ

Psycho Motor learning

ช่วงอายุ

0-6platinum

12 gold

25silver

73 tin

Use it or loose it

pruning

Apoptosis

Neuro plasticity  (Synnap)
การเลือกวิชาชีพ

ไปสัมผ้สการทำอาชีพต่างๆ ให้รู้ชีวิตจริง
แหล่งที่มา: 

งานเสวนาเรื่อง “การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง”

วันอาทิตย์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๕

“สมองกับการเรียนรู้แบบองค์รวม(ตามหลักการพัฒนาสมอง Brain-based Learning)”

โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเสริฐ บุญเกิด  ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา

ที่ปรึกษาโครงการการจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง  สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.)