กิจกรรมกระดานร้อยช่องตอนที่ 3 – ลูกศรบอกทิศทางของตัวเลข

สวัสดีค่ะเพื่อนสมาชิก

กลับมาอีกรอบกับกิจกรรมกระดานร้อยช่องแบบที่ 3 ซึ่งเป็นวิธีที่เลื่อนขั้นขึ้นมาจากวิธีตามแบบที่  1 และ 2 ค่ะ ก่อนที่พ่อแม่จะให้ลูกทดลองหาตำแหน่งของตัวเลขด้วยลูกศร ลูกควรจะได้ลองเล่นกระดานตามแบบวิธีที่ 1 และ 2 ก่อนค่ะ กิจกรรมลูกศรบอกตัวเลขนี้จะช่วยให้เด็กรู้จักกับกระดานร้อยช่องมากยิ่งขึ้น โดยการใช้กระดานและลูกศรในการหาตัวเลขที่หายไป  เหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์พัสเซิ่ลนั่นเองค่ะ

ลูกศรแต่ละประเภทจะบอกทิศทางและตำแหน่งของตัวเลข เช่น ขวา ซ้าย บน และล่าง  การเลื่อนตำแหน่งของลูกศรจะเป็นตัวบอกให้เด็กรู้ว่า จำนวนนั้นบวกหนึ่ง ลบหนึ่ง บวกสิบ หรือลบสิบ ยิ่งเด็กได้ทดลองฝึกฝนหาตำแหน่งของตัวเลขมากเท่าไหร่ เด็กก็จะมองเห็นภาพและโครงสร้างของกระดานได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น และจะช่วยให้เด็กสามารถบวกลบเลขสองหลักได้ง่ายขึ้น

ระยะเวลาในการทำกิจกรรม ประมาณ 30 นาที

อุปกรณ์

  1. กระดานร้อยช่องแบบมีตัวเลข
  2. สมุดพร้อมดินสอสำหรับให้เด็กเขียนหาคำตอบและโจทย์
  3. โจทย์ตัวเลขที่ต้องการให้ลูกลองหาตำแหน่งบนกระดาน ควรทำไว้ล่างหน้าค่ะ เวลาสอนจะได้สอนได้แบบมีทิศทาง

 หมายเหตุ: ก่อนที่จะทำกิจกรรมนี้ เด็กควรทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ได้แม่นและคล่องแล้วค่ะ

คำถามสำคัญสำหรับถามลูกระหว่างการวางกระดาน

  • หนูคิดว่านี่หมายความว่าอย่างไร
  • ลูกศรชี้ขึ้นหรือชี้ลงหมายความว่าอย่างไรเวลาที่หนูใช้มันบนกระดานร้อยช่อง
  • ลูกศรซ้ายหรือขวาหมายความว่าอย่างไรเวลาที่หนูใช้มันบนกระดานร้อยช่อง
  • จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนูใช้ทั้งลูกศรขึ้นและลงในโจทย์เดียวกัน

ขั้นตอนการสอน ช่วงที่ 1 : แนะนำให้รู้จักลูกศร

  • จัดให้ลูกมานั่งหน้ากระดาน บอกลูกว่า “แม่มีเลขตัวหนึ่งอยู่ในใจ เป็นเลขลึกลับ แม่จะบอกใบ้ให้สองข้อ อันแรกคือตัวเลขที่ขึ้นต้น ส่วนอันที่สองคือลูกศร”
  • ถามลูกว่า “ หนูรู้จักลูกศรไหมคะ ลูกศรเอาไว้ทำอะไร และอยู่ที่ไหนบ้าง” เด็กอาจจะตอบว่า เอาไว้ยิง เอาไว้บอกทิศทางตามถนนหนทาง หรือเคยเจอลูกศรในหนังสือ
  • อธิบายให้ลูกเข้าใจว่า คำว่าลูกศรหมายถึงเครื่องมือที่คนใช้ในการล่าสัตว์หรือเล่นกีฬา และความหมายอีกอย่างหนึ่งคือเป็นตัวบอกทิศทาง หัวลูกศรจะเป็นตัวชี้เพื่อบอกทิศทาง และชวนให้ลูกลองวาดลูกศรบนกระดานหรือบนกระดาษเปล่า

บอกลูกว่า แม่จะบอกใบ้ตัวเลขลึกลับโดยใช้ลูกศร และให้เขียน 25 —> ให้ลูกดู และถามลูกว่า “หนูคิดว่านี่หมายความว่าอย่างไรคะ”

ตัวอย่างคำตอบของเด็ก

  1. หมายความว่า เราเลื่อนไปข้างหน้าหนึ่งตำแหน่ง
  2. หมายความว่าเราต้องย้ายไปด้านขวา และตัวเลขที่อยู่ด้านขวาคือ 26
  3. ลูกศร 1 อัน หมายถึง ช่อง 1 ช่อง
  • หลังจากฟังลูกแสดงความคิดเห็นแล้ว ให้เขียนคำตอบให้ลูกดู 25 —-> =26
  • ชวนลูกให้ลองพยายามหาทิศทางตัวเลข โดยใช้เลข 25 และทิศทางที่ลูกศรจะชี้ไปได้  และจากนั้นให้เริ่ม เขียนตัวเลขพร้อมลูกศร และให้ลูกเป็นคนหาคำตอบ เช่น

  • ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการลองเขียนเขียนโจทย์ลูกศร และให้ลูกหาคำตอบ และลูกต้องอธิบายที่มาของคำตอบนั้นได้
  • หลังจากลูกหาตำแหน่งของตัวเลขด้วยลูกศร 1 อันได้แล้ว ให้เพิ่มจำนวนลูกศรเป็น 2 อัน เช่น 13 –> –> =? แล้วถามลูกว่า “หนูรู้ได้อย่างไรว่า ตัวเลขควรจะไปหยุดอยู่ที่ 15 ” ให้ลูกอธิบายความคิดและความเข้าใจให้เราฟัง คำตอบที่ได้คือลูกศร 1 อันแทนกระดาน 1 ช่อง 2 อันก็เลื่อนไป 2 ช่อง

ตัวอย่างโจทย์

ช่วงที่ 2 ชวนลูกลองเล่น

  • หากเราสอนเด็กมากกว่าหนึ่งคน เราสามารถให้เด็กผลัดกันเล่น คนหนึ่งเป็นคนตั้งโจทย์ อีกคนเป็นคนหาคำตอบ แต่ถ้าเราสอนลูกแค่คนเดียว เราก็สลับกับลูก ให้ลูกตั้งโจทย์แล้วเราตอบ หรือเราตั้งโจทย์ให้ลูกเป็นคนหาคำตอบ
  • ในระหว่างการเล่นเกม สำคัญมากเลยว่าเวลาลูกดูตัวเลขจากกระดานเพื่อหาคำตอบนั้น ต้องดูด้วยตา ไม่ควรจะใช้นิ้วจิ้มไล่นับตัวเลข เพราะจุดประสงค์ของการสอนด้วยกระดานคือเราต้องการให้ลูกมองเห็นภาพกระดานในหัว การใช้นิ้วจิ้มแสดงว่าลูกยังไม่แม่นตำแหน่งของตัวเลข หน้า หลัง ล่าง บน ให้สังเกตุลูกด้วยว่าเขาวางหาคำตอบได้อย่างมั่นใจหรือทำไม่ได้ ถ้ายังทำไม่ได้ ให้กลับไปเล่นกิจกรรมแบบที่ 1 และ แบบที่ 2 ก่อนสักพัก แล้วค่อยลองเล่นลูกศรใหม่อีกรอบ
  •  หากเราเห็นว่าลูกเราหาคำตอบได้ด้วยความมั่นใจ  ลองชวนให้ลูกทำโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นโดยใช้ลูกศรต่างชนิดกัน ตามตัวอย่างข้างล่างค่ะ

ช่วงที่ 3 บทสรุปของกิจกรรม

  • ชวนลูกมานั่งดูกระดานร้อยช่องด้วยกัน และชวนคุยเกี่ยวกับกิจกรรมที่ได้ทำ ถามคำถามทบทวนความเข้าใจ เช่น ลูกศรชี้ไปทางซ้ายคืออะไร ชี้ไปทางขวาคืออะไร ขึ้นคืออะไร และลงคืออะไร  ลูกอาจจะตอบว่า จำนวนจะเยอะขึ้นถ้าลูกศรชี้ไปทางนั้น น้อยลงถ้าชี้ไปทางนี้  ไปซ้ายคือการลบ ไปทางขวาคือการบวก เป็นต้น
  • ถ้าลูกตอบเรื่องการบวก ให้ชวนคุยเรื่องการบวกหนึ่ง แต่ถ้าลูกไม่ตอบหรือไม่ได้เอ่ยถึงการบวก ให้เราเป็นคนนำทาง และเขียนโจทย์ตัวอย่างให้ลูกดู เช่น 53 —>  = ? และให้เขียน 53+1=? ใต้โจทย์
  • ต่อไปเขียน  34 <—  =? และชวนให้ลูกเป็นคนเขียนโจทย์เลขธรรมดาแทนโจทย์ลูกศร แล้วลองถามว่า ถ้าเราใช้ลูกศรซ้าย เรากำลังลบหรือว่ากำลังบวกเลข?  โจทย์ที่ลูกเขียนควรจะเป็น 34-1=?

ชวนคุยต่อไปเรื่อยๆ และชวนลูกแปลงโจทย์ที่มีลูกศรมากกว่าหนึ่งอัน ตามตัวอย่างข้างล่างนี้

  • คำถามสุดท้ายคือ ถามลูกว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราใช้ลูกศรตรงข้ามกันสองอัน  คำตอบที่ได้คือ ลูกศรตรงข้ามกันคือการบวกลบจำนวนเดียวกัน ตัวเลขจะกลับมาเป็นตัวเลขเดิม ตำแหน่งเดิม เช่น

ข้อควรจำ หนังสือแนะนำว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมสำหรับเด็กเกรด 1-2 นะคะ ยังไม่เหมาะกับเด็กอนุบาล แต่ถ้าหากลูกเราทำกิจกรรม 1-2 คล่องแล้ว จะลองทำกิจกรรมนี้ก็ได้ไม่เสียหายอะไร แม่แอ๋วลองทำกับเจคอบแล้ว ลูกชอบมากค่ะ สำหรับเขาแล้ว มันคือเกมอย่างหนึ่ง สนุกสนานมาก และเจคอบวางกระดานแบบถอดตัวเลข 40 ช่องได้ดีแล้วค่ะ ช่วงแรกๆอาจจะไม่ต้องทำตามกิจกรรมให้จบแบบรวดเดียว อาจจะแบ่งสอนเป็นการหาคำตอบด้วยลูกศรแค่อันเดียวก่อน พอลูกทำได้ดีขึ้นค่อยเพิ่มจำนวนลูกศรค่ะ

หวังว่ากิจกรรมตอนที่ 3 นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกนะคะ และกว่าแม่แอ๋วจะได้มาอัพเดทกิจกรรมตอนที่ 4 คงอีกนานเหมือนกัน เพราะอยากสลับทำกิจกรรม 1,2,3 กับเจคอบก่อน อยากให้เขาทำได้คล่องและมั่นใจก่อนที่จะข้ามไปทำกิจกรรมที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก

เด็กทุกคนเรียนคณิตศาสตร์ได้ เด็กเก่งคณิตศาสตร์ไม่ได้หมายถึงเด็กที่เกิดมาหัวดี มีหัวทางคณิตศาสตร์เสมอไป เด็กจะเก่งได้ต้องเกิดมาจากความมั่นใจ การทำกิจกรรมจากง่ายไปยาก การ ฝึกฝนจนเคยชิน โดยมีพ่อแม่คอยนำทางและดูแลอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจและคิดว่าคณิตศาสตร์มันง่ายจริงๆ

ขอให้มีความสุขกับการสอนลูกนะคะ

แม่แอ๋ว – ชมรมครูพ่อแม่

ที่มา: เรียบเรียงจากหนังสือ It Makes Senses – Using the Hundred Chart to Build Number Sense

บทความที่เกี่ยวข้อง:

วิธีการเล่นกระดาน 100 ช่อง http://kroopohmae.com/group/math/forum/topics/100

กิจกรรมกระดานร้อยช่อง ตอนที่ 2 วิธีการสร้างกระดาน

กิจกรรมวางกระดานร้อยช่อง ตอนที่ 1 – การสร้างและถอดกระดาน